Hook
ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าสู่ป่าหมอกมายาภายใต้เงาสุริยุปราคาโลหิต บรรยากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งราวกับถูกจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรพิษ กลิ่นอายความตายและไอความมืดอันเยียบเย็นแผ่ซ่านเข้ามาบดขยี้ประสาทสัมผัส ค่ายกลกลืนตะวันสะกดวิญญาณบีบอัดปราณธรรมชาติจนเหือดแห้ง พลังสายฟ้าระดับสามในร่างของฉันทำงานติดขัด ไอเย็นจากคำสาปเข็มมืดในอกเสื้อเริ่มส่งคลื่นปวดร้าวแล่นพล่านไปตามลำแขนซ้าย ลูกศรเรดาร์ในมือของมินหมุนวนอย่างบ้าคลั่งก่อนจะกะพริบแสงสีแดงเตือนภัย [ระบบ] แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสีแดง: ตรวจพบกองหน้าเงาทมิฬ 12 ตนกำลังลอบซุ่มโจมตีในระยะประชิดด้วยคลื่นแทรกซึมจิตวิญญาณขั้นสูง! การสู้รบเพื่อชิงความได้เปรียบในป่าหมอกเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
Body
"ตั้งกระบวนรบระวังภัยรอบทิศทาง!" ฉันส่งเสียงเตือนสติทุกคนทันที พร้อมกับกระชับดาบสายฟ้าในมือขวาแน่น
สภาพภายในป่าหมอกมายาบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง ละอองหมอกสีม่วงเข้มลอยอ้อยอิ่งอยู่ระหว่างต้นไม้โบราณที่มีลำต้นสีดำสนิทและกิ่งก้านคดงอประดุจกรงเล็บอสูร ทางเดินหินข้างหน้าดูเหมือนจะทอดยาวตรงไป แต่เมื่อก้าวเดินเพียงสามก้าว ทิวทัศน์กลับหมุนวนพาเราวกกลับมาที่เดิม เสียงใบไม้ไหวดังก้องมาจากทิศตะวันออก ทั้งที่กระแสลมพัดมาจากทิศตะวันตก ประสาทสัมผัสทั้งห้าถูกภาพลวงตาของค่ายกลบิดเบือนจนแทบไม่อาจเชื่อสายตาของตนเองได้
"ทุกคนอมยาเม็ดหยกกระจ่างจิตไว้ใต้ลิ้นเดี๋ยวนี้!" อันสะบัดข้อมือแจกจ่ายเม็ดยาสีเขียวมรกตให้ทุกคนอย่างรวดเร็ว "ยานี้จะช่วยหล่อเลี้ยงวิญญาณและป้องกันไม่ให้หมอกพิษแทรกซึมเข้าสู่สมองได้หนึ่งชั่วยาม!"
ความเย็นสดชื่นของเม็ดยาแผ่ซ่านขึ้นสู่สมอง ช่วยขับไล่อาการวิงเวียนศีรษะลงได้ในพริบตา มินยกขวดแก้วศิลาที่บรรจุเมล็ดพันธุ์เงาขึ้นมาตรงหน้า เนตรคลื่นพิกัดของเขาส่องแสงสีฟ้าประกายเจิดจ้า สแกนตัดผ่านม่านหมอกลวงตา
"อย่าเดินตามสายตาเด็ดขาด!" มินตะโกนนำทาง "ตามลูกศรเรดาร์นี้มา ทางเดินจริงอยู่เฉียงไปทางขวาสี่สิบห้าองศา เสาค่ายกลต้นแรกของมันตั้งอยู่หลังแนวหินข้างหน้านี้แล้ว!"
พวกเราเร่งฝีเท้าฝ่าดงไม้สีดำตามการชี้นำของมิน ทว่าเมื่อก้าวเข้าใกล้แนวหินผา ความหนาวเหน็บอันน่าสะพรึงกลัวพลันพุ่งวาบออกมาจากเงามืดของแมกไม้รอบตัว!
"ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!"
เงาร่างสีดำทมิฬสิบสองร่างพุ่งทะยานออกมาจากใต้เงาไม้ด้วยความเร็วเหนือเสียง พวกมันไม่ใช่หุ่นเชิดไม้ผุพังเหมือนระลอกที่แล้ว แต่เป็นมนุษย์ในชุดเกราะเบาสีดำสนิทที่แผ่ไอปราณมืดเข้มข้น แววตาใต้หน้ากากเหล็กไร้อารมณ์ความรู้สึก มีเพียงความกระหายเลือดอันเยียบเย็น ในมือของพวกมันถืออาวุธประหลาด—เคียวยาวสีดำเล่มใหญ่ที่มีใบมีดโค้งงอและเรืองแสงสีม่วงพิษ กลิ่นอายกัดกร่อนวิญญาณแผ่ออกมาจากคมเคียวจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"นักรบเงาแท้จริง!" ครามร้องเตือน "ระวังเคียวของพวกมัน คมเคียวเล่มนั้นถูกหลอมขึ้นเพื่อเฉือนทำลายแกนวิญญาณโดยตรง!"
"เข้ามาเลย ข้ากำลังคันไม้คันมืออยู่พอดี!"
ชั้นสี่คำรามลั่น ชายร่างยักษ์ก้าวทะยานขึ้นไปเป็นแนวหน้า แขนขวาที่เพิ่งหลุดพ้นจากเมล็ดพันธุ์เงากลับมาทรงพลังเต็มเปี่ยม เขาย่อตัวลงแล้วเหวี่ยงโล่หนักกระแทกสวนเข้าใส่เคียวเงาสามเล่มที่พุ่งดิ่งลงมาพร้อมกัน!
"เปรี้ยงงงงง!"
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องกัมปนาท คลื่นกระแทกสีทองแดงจากปราณกายาของชั้นสี่ระเบิดออก ผลักดันให้นักรบเงาทั้งสามตนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว โล่หนักของเขาไร้รอยขีดข่วน แววตาของชายร่างยักษ์เปล่งประกายความฮึกเหิม "บอกแล้วว่าข้าคือเกราะเหล็กของทีมนี้!"
โขมตามติดมาติดๆ นางสะบัดแขนเสื้อทั้งสองข้าง ปลุกเร้าเกราะเมฆาที่ควบแน่นเป็นเกลียวพายุหมุนเข้าโอบล้อมนักรบเงาอีกสี่ตน บีบอัดให้พวกมันเสียจังหวะการทรงตัว ลิลี่ทะยานร่างขึ้นสู่เวหา ดาบ Spirit Blade ขั้นสามเปล่งประกายแสงสีเงินยวบระยิบระยับ นางเคลื่อนไหวประดุจนกนางแอ่นสายฟ้า ฟันคมดาบเงินเข้าใส่ลำคอของนักรบเงาคนหนึ่งอย่างแม่นยำ
ทว่า เรื่องประหลาดพลันเกิดขึ้น เมื่อคมดาบ Spirit Blade ของลิลี่ฟันกระทบร่าง ร่างของนักรบเงากลับแปรสภาพกลายเป็นไอมืดจางๆ ลอดผ่านคมดาบของนางไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ ก่อนที่มันจะกลับมารวมร่างใหม่ด้านหลังลิลี่ แล้วเงื้อเคียวฟันสวนเข้าที่แผ่นหลังของนาง!
"ลิลี่ ระวัง!" จินยีร้องเตือน นางรีบยกโคมวิญญาณขึ้น ส่องแสง Light Healing สร้างม่านบาเรียแสงนวลเข้าขวางคมเคียวไว้ได้ทันท่วงที แรงปะทะทำให้ม่านแสงแตกร้าว จินยีเซถอยหลังไปสองก้าวด้วยใบหน้าที่ขาวซีด
ในขณะนั้นเอง หัวหน้าของกองหน้าเงาซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่กว่าคนอื่นและสวมผ้าคลุมลายอักขระสีม่วงก็ก้าวออกมา มันชูเคียวคู่ขึ้นเหนือศีรษะ ดวงตาสีม่วงใต้หน้ากากวาวโรจน์ มันอ้าปากกว้างแล้วปลดปล่อยเสียงกรีดร้องอันโหยหวนและแหลมสูงออกมาจากลำคอ!
"วี้ดดดดดดดดดด!"
นั่นไม่ใช่เสียงตะโกนธรรมดา แต่มันคือ "คลื่นเสียงกรีดวิญญาณ" (Shadow Mind Screech)!
คลื่นเสียงที่มองไม่เห็นกระแทกผ่านอากาศดั่งระลอกคลื่นยักษ์ มันไม่ได้ทำลายแก้วหู แต่กลับพุ่งตรงเข้าบดขยี้จุดกำเนิดจิตวิญญาณในสมองโดยตรง! ลิลี่ที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศถึงกับเอามือกุมศีรษะ ร่างร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นหญ้าอย่างแรง ชั้นสี่และโขมทรุดเข่าลงกับพื้น เลือดสดๆ ไหลรินออกจากจมูกและริมฝีปาก อันและจินยีล้มลงข้างกัน สติสัมปชัญญะของทุกคนเริ่มเลือนรางจากการถูกโจมตีทางจิตอย่างกะทันหัน
และที่เลวร้ายที่สุดคือฉัน...
ตลับศิลาในอกเสื้อของฉันสั่นสะเทือนตอบรับกับคลื่นเสียงกรีดวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง! คำสาปพันธนาการเงาที่ฝังอยู่ในข้อมือซ้ายของฉันพลันปะทุขึ้นมา ไอเย็นสีม่วงเข้มทะลักออกจากใต้ผิวหนัง แล่นปราดเข้าสู่สมองของฉัน ภาพหลอนแห่งความมืดมิดและความเจ็บปวดผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายของฉันแข็งทื่อประดุจถูกสาปเป็นหิน แขนขาไม่ยอมฟังคำสั่ง!
"ตายซะ เจ้าผู้สืบทอดสายฟ้า!" หัวหน้ากองหน้าเงาคำราม มันพุ่งดิ่งเข้ามาพร้อมกับเงื้อเคียวยักษ์หมายจะบั่นคอของฉันในดาบเดียว!
"ไม่มีวัน!"
เสียงหวานใสทว่าเด็ดเดี่ยวดังก้องขึ้น ครามพุ่งเข้ามายืนขวางเบื้องหน้าฉัน สองมือของเธอยกขึ้นต้านทาน ปราณสีครามอันบริสุทธิ์จากแกนกลางในอกของเธอระเบิดออกเป็นระลอกคลื่นน้ำวนขนาดใหญ่ กระแทกเข้าใส่คมเคียวของหัวหน้าเงาจนมันชะงักงัน
ครามหันกลับมาสบตากับฉัน ปลายนิ้วทั้งสิบของเธอจับเข้าที่ขมับทั้งสองข้างของฉันอย่างอ่อนโยน พลังแกนสีครามอันเยือกเย็นและบริสุทธิ์ไหลบ่าเข้ามาในห้วงสำนึกของฉัน ดั่งสายน้ำทิพย์ที่ชะล้างเปลวเพลิงแห่งความบ้าคลั่ง
"จิน หายใจลึกๆ..." ครามกระซิบ น้ำเสียงของเธออบอุ่นและมั่นคงดั่งบทเพลงกล่อมเด็ก "ฟังเสียงเพลงคลื่นสิ... อย่าปล่อยให้เสียงกรีดร้องของมันมาบดบังท่วงทำนองแห่งหัวใจของนาย!"
เสียงเพลงคลื่นเริ่มกังวานขึ้นอีกครั้งในส่วนลึกของจิตใจฉัน มันสอดประสานเข้ากับแกนสีทองในอกของฉัน ความเจ็บปวดจากคำสาปเริ่มทุเลาลง ม่านหมอกในสมองมลายหายไป สติสัมปชัญญะของฉันกลับคืนมาแจ่มชัดยิ่งกว่าเดิม!
ฉันจับมือครามไว้แน่น รอยยิ้มแห่งความเด็ดเดี่ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ขอบใจนะ คราม... ตาฉันเอาคืนบ้างล่ะ!"
"ลิลี่ ชั้นสี่ พี่โขม คุ้มกันปีก!" ฉันออกคำสั่งเสียงสายฟ้าคำราม
ทุกคนที่เริ่มได้สติตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน ชั้นสี่ควงดาบยักษ์ฟาดสกัดนักรบเงาสองตน ลิลี่กระชับ Spirit Blade วาดตาข่ายกระบี่คุ้มกันด้านหลัง ขณะที่ฉันและครามประสานมือกัน ปลุกเร้าพลังแกนสีทองและแกนสีครามให้หมุนวนเข้าด้วยกันจนถึงขีดสุด
"คลื่นอัสนีชำระล้าง!"
ฉันฟันดาบสายฟ้าออกไปเป็นวงกลมสุดกำลัง! คลื่นสายฟ้าสีเงินอมฟ้าที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นน้ำวนระเบิดออกจากปลายดาบ กระจายออกไปรอบทิศทางในรัศมีสิบวา คลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่ได้ทำลายล้างเพียงแค่ทางกายภาพ แต่มันมีคุณสมบัติในการเผาไหม้และทำลายไอวิญญาณมืดโดยตรง!
"เปรี้ยงงงงงงงง!"
เหล่านักรบเงาที่พยายามจะแปรสภาพเป็นไอมืดเพื่อหลบหลีก กลับพบว่าไอมืดของพวกมันถูกสายฟ้าชำระล้างจนสลายตัวในพริบตา! ร่างของพวกมันถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านตัวแล้วตัวเล่า เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วผืนป่า ก่อนที่นักรบเงาทั้งสิบเอ็ดตนจะดับสูญไปจนสิ้น!
หัวหน้ากองหน้าเงาตกตะลึงจนก้าวถอยหลัง แววตาของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "ปะ... เป็นไปไม่ได้! พลังชำระล้างที่บริสุทธิ์ขนาดนี้... เจ้าเป็นใครกันแน่!"
เมื่อรู้ว่าไม่อาจรอดชีวิต มันกัดฟันแน่น แววตาเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่ง "ถ้าข้าต้องตาย พวกเจ้าทุกคนก็ต้องลงนรกไปพร้อมกับข้า!"
มันยกเคียวขึ้นกรีดหน้าอกตัวเอง ดึงก้อนผลึกแกนเงาสีม่วงที่เต้นตุบๆ ออกมา หมายจะจุดชนวนระเบิดแกนวิญญาณเพื่อทำลายล้างทุกสิ่งในรัศมีร้อยวา!
"อย่าหวัง!"
ฉันไม่เปิดโอกาสให้มันได้ทำสำเร็จ ฉันใช้เคล็ดวิชาสายฟ้าคลื่นทะยานร่างไปโผล่ตรงหน้ามันในชั่วพริบตาเดียว ดาบสายฟ้าในมือขวาแทงทะลุข้อมือของมันจนผลึกแกนเงาหลุดกระเด็น ขณะที่ชั้นสี่พุ่งทะยานตามเข้ามา ฟาดดาบยักษ์ตัดร่างของหัวหน้าเงาจนขาดครึ่งท่อน ก่อนที่มันจะทันได้เอ่ยคำใดออกมาอีก!
Climax
ร่างของหัวหน้ากองหน้าเงาสลายกลายเป็นควันดำจางหายไปในอากาศ บนพื้นหินมีวัตถุชิ้นหนึ่งร่วงหล่นลงมา มันคือ "แผ่นศิลาจารึกค่ายกล" สีดำสนิทที่มีเส้นแสงสีม่วงเชื่อมโยงไปยังเสาหินทมิฬขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพวกเรา
"นั่นคือแกนควบคุมเสาค่ายกล!" มินตะโกนบอก
ฉันไม่รอช้า ก้าวเข้าไปเหยียบและซัดฝ่ามือประกายสายฟ้าระดับสามกระแทกเข้าใส่แผ่นศิลาจารึกจนแตกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา!
"ครืนนนนนนนน!"
แผ่นดินใต้ผืนป่าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสาหินทมิฬขนาดยักษ์ต้นแรกของค่ายกลกลืนตะวันพลันแตกร้าวตั้งแต่โคนจรดยอด ก่อนจะพังทลายถล่มลงมากลายเป็นเศษซากหินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ม่านพลังสีม่วงแดงเหนือท้องฟ้าบริเวณนี้เริ่มฉีกขาด แสงแดดสีทองอบอุ่นสาดส่องลงมาต้องผืนป่าอีกครั้ง ปราณธรรมชาติรอบตัวเริ่มไหลเวียนกลับคืนมา ทำให้พวกเรารู้สึกสดชื่นและหายใจได้คล่องขึ้น
"สำเร็จไปหนึ่งเสาแล้ว!" ลิลี่ปาดเหงื่อบนหน้าผากพลางยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ
Cliffhanger
ทว่า ความยินดีของพวกเรากลับต้องมลายหายไปในเสี้ยววินาทีต่อมา เมื่อแรงสั่นสะเทือนจากการพังทลายของเสาหินไม่ได้หยุดลง แต่กลับทวีความรุนแรงขึ้นจนแผ่นดินใต้ผืนป่าเริ่มแยกตัวออกเป็นรอยแยกขนาดยักษ์ที่ไร้ก้นบึ้ง!
รอยแยกนั้นขยายกว้างออก เผยให้เห็นบันไดหินโบราณที่ทอดยาวดิ่งลงสู่ถ้ำใต้พิภพขนาดมหึมา ปากถ้ำมีลักษณะคล้ายขากรรไกรของอสูรขนาดยักษ์ และป้ายหินโบราณที่หักครึ่งตรงปากทางจารึกไว้ด้วยอักษรสีเลือดว่า: "ถ้ำเสียงสะท้อน"
และจากก้นบึ้งของถ้ำมืดมิดนั้นเอง...
"โฮกกกกกกกกกกกกก!"
เสียงคำรามอันกึกก้องกัมปนาทที่เปี่ยมไปด้วยไอปราณมืดและแรงกดดันระดับมหาประลัย ได้ระเบิดพุ่งขึ้นมาจากใต้พิภพ เสียงคำรามนั้นทรงพลังจนต้นไม้โบราณรอบข้างหักโค่น ลมพายุหมุนสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ดั่งการตื่นขึ้นของมัจจุราชที่หลับใหลมานับพันปี!
ตลับศิลาในอกเสื้อของฉันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เข็มตรึงวิญญาณทมิฬส่งเสียงหวีดร้องตอบรับกับเสียงคำรามนั้นอย่างบ้าคลั่ง!