📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 11 จาก 135

ตอนที่ 11: เส้นทางสู่เมืองเมฆา

แสงเช้าผ่านหมอก ปากถ้ำเมฆาครามเป็นสีทองสลัว บัฟวายุจากแกนคลายเป็นเส้นไหมแล้วหาย

[ระบบ] คลื่นพิกัดทมิฬเลื่อนเข้าหุบ ยังไม่ปะทะตรง แนะนำถอนตัว

ฉันหันไปทางสันเขา ไม่เห็นคน มีแค่สายตาที่รู้สึกได้

"อย่ายืน" อันกระซิบ "คนดมกลิ่นไหม้"

ลิลี่ห่อแกนในย่ามยา "กลิ่นพรางยังมี"

จินยี "หนูเดินเร็วได้ค่ะ"

เราลงเขาทางเก๋งแพะ ไม่ใช้ทางคน

อัสดง หมู่บ้านเชิงเขาเป็นด่านพักสุดท้ายก่อนเขตเมือง หลังคามุงหญ้า ควันครัว

อันชี้โรงเตี๊ยมไม้เก่า "ข้าเคยแวะ เจ้าของปากยาวแต่ไม่ขายข่าวถ้าจ่ายพอ"

"จ่าย" ฉัน

ห้องชั้นสอง หน้าต่างหันหุบ ฉันห้ามจุดตะเกียงเต็ม

อันกางแผนที่ดิน "เมืองเมฆาสามวัน ถ้าไม่เข้าตลาดกลางทาง สองวันครึ่ง ข้าขอค่าเสียเวลาเพิ่ม"

ลิลี่ "เท่าไหร่"

"ยาสามห่อ กับขนมจินยีหนึ่งถุง" อันยิ้ม "ไม่เอาแกน"

ฉัน "ตกลง ไม่ขายข่าว"

"ข้าไม่ขายของร้อน" นางตอบ "ข้าพาทาง"

จินยีหลับก่อน โคมอยู่ระหว่างเรา

กลางคืนระบบกะพริบแดง

[ระบบ] ไม่ใช่ทูตแห่งมืด เป็นสุนัขรับใช้ตามกลิ่นเพลิงทมิฬ ถึงขอบหมู่บ้านแล้ว

อันดีดตัว มีดสั้นวายุคู่ใต้หมอน ลิลี่ขวางประตู ฉันลุกช้า ปราณขั้นสามเก็บไม่ให้มีเสียง

ตึก ตึก ตึก

ฝีเท้าสามจังหวะหยุดใต้หน้าต่างพอดี

ฉันยกมือห้ามหายใจดัง

จินยีลืมตา ไม่ถาม

ลมภายนอกเปลี่ยนทิศ เหมือนจมูกสัตว์ดมรอยไหม้บนเสื้อที่กลับด้านแล้ว

อันกระซิบ "สามคน ยังไม่ขึ้น"

ลิลี่ "ถ้าขึ้น ข้าฟันคนแรก"

ฉันพยัก มองรอยแยกไม้ที่ลมเย็นเล็ด

ยังไม่ขึ้น

แต่หยุดแล้ว ไม่เดินต่อ

โรงเตี๊ยมมีกลิ่นน้ำมันหมูและยาเส้น ฉันไม่กินยาเส้น อันกิน ลิลี่ดื่มน้ำร้อน จินยีกินข้าวเกรียบเงียบ

เจ้าของถามว่ามาจากป่าไหม ฉันตอบว่ามาจากเขา ไม่บอกถ้ำ

อันจ่ายเหรียญเพิ่ม "อย่าจำหน้า"

ชายแก่ยิ้ม "จำเหรียญดีกว่าจำหน้า"

ห้องไม้ดังเมื่อเดิน ฉันให้ทุกคนถอดรองเท้า วางริมฝา

ลิลี่เฝ้าหน้าต่าง อันเฝ้าประตู ฉันนั่งหลังประตูชั้นใน จินยีหลับครึ่ง

ลมหุบพัดเป็นระลอก ฉันจำจังหวะ ถ้าระลอกขาดแปลว่ามีคนบัง

ระลอกขาดตอนระบบแดง

ฉันแตะพื้น นับแรงฝีเท้า สามคน น้ำหนักไม่เท่ากัน คนกลางหนักสุด

อันยกสองนิ้ว แล้วชี้คนกลาง "ขั้นสาม"

ฉันพยัก

ไม่ขึ้นทันที พวกมันดม เสื้อกลับด้านยังมีกลิ่นที่ข้อมือ

ฉันขยับข้อมือเข้าในแขนเสื้อ

ลิลี่มองฉัน เข้าใจ

จินยีกำโคมใต้ผ้าห่ม ไม่จุด

สามจังหวะใต้หน้าต่างยาวขึ้น เหมือนคนย่อ มองรอยแยก

ยังไม่ปีน

ไก่ในหมู่บ้านยังไม่ขัน

เรายังไม่ลงมือ เพราะเลือดในหมู่บ้านซื้อหูทั้งซอย

เช้ามืดก่อนไก่ ฉันจ่ายค่าห้องเพิ่ม เจ้าของไม่ถามชื่อ

เราออกทางหลัง ซอกฟืนยังมีสามคนมัด ยังไม่ตื่น

อัน "อย่าปล่อย อย่าฆ่า ทิ้งให้เช้าจัดการ"

ลิลี่ไม่ชอบ แต่พยัก

หมอกหุบกลืนหลังคาหญ้า

จินยีหิว ฉันยื่นขนมแห้ง

อันชี้เส้นดิน "เลี่ยงหมู่บ้านหน้า มีคนซื้อข่าวถูก"

เราเลี่ยง

กลิ่นไหม้บนข้อมือจาง

ฝีเท้าสามจังหวะไม่ตามมาติดๆ

แต่สันเขายังรู้สึกได้

เส้นลงเขาหลังหมู่บ้านมีรอยเกวียน เราไม่เดินรอยนั้น เดินพุ่มข้าง

หนามเกี่ยวแขนฉัน จินยีช่วยดึงโดยไม่ส่งเสียง

ลิลี่หันหลังทุกสิบก้าว อันดมลม

"ไม่มีคนตามติด" นางว่า "มีนกที่เงียบผิด"

ฉันเร่งในที่นกเงียบ แล้วชะลอเมื่อนกกลับ

พักใต้ต้นใหญ่ ไม่จุดไฟ กินขนมแห้ง ดื่มน้ำกระบอก

อันขีดดินให้ดูทางเลี่ยงด่านเล็ก "ด่านเล็กซื้อข่าวถูกกว่าโรงเตี๊ยม"

ลิลี่ "เลี่ยง"

จินยีหลับพิงต้น สิบลมหายใจ แล้วลืมเอง

ฉันไม่ปลุกแรง

กลิ่นไหม้ข้อมือเกือบหมด เหลือเมื่อเหงื่อออก

ระบบไม่แดงตลอดทาง แดงเป็นจังหวะไกลๆ แปลว่าคลื่นพิกัดยังเลื่อนในหุบ ไม่ใช่ติดหลังเรา

พอสำหรับวันนี้

ค่ำอีกแห่ง เราไม่เข้าหลังคาคน

แรมซอกหิน ยามสลับ

ฉันเฝ้าทิศหุบ ลิลี่เฝ้าทิศทางเดิน อันเฝ้าหู

จินยีหลับจริงรอบนี้ โคมอยู่กับฉัน

ไม่มีสามจังหวะใต้หิน

มีแค่ลม

"ยังไม่ขึ้น" อันซ้ำเหมือนย้ำตัวเอง

ลิลี่ "ขึ้นเมื่อผ้าม่านขยับ"

ผ้าม่านไม่ขยับ

จินยีกระซิบ "หนูได้ยินลมจมูกค่ะ"

"สามคน" ฉันรับ

ใต้หน้าต่างมีเสียงผ้าถูไม้ ดมรอย

ฉันขยับข้อมือลึกเข้าแขนเสื้ออีก

กลิ่นจาง

เสียงดมช้าลง

ยังไม่ไป

ไก่ใกล้ขัน

พวกมันต้องเลือก ปีน หรือถอยก่อนคนตื่น

ฉันพร้อมทั้งสองทาง

ลิลี่นิ้วบนโกร่ง

อันมีดพ้นฝักครึ่ง

จินยีโคมมืด

ซอกหินยามค่ำเย็นจนลมหายใจเป็นขาว ฉันสลับยามกับลิลี่โดยไม่พูดยาว

อันเคี้ยวยาแห้ง นับนก

จินยีหลับ มือยังอยู่ในชายเสื้อฉัน

ไม่มีสามจังหวะ

มีแค่หินหยดน้ำ

ฉันนับหยดแทนนาฬิกา

พอฟ้าสางเล็ก เราเก็บย่าม ไม่ทิ้งขยะ

อันกวาดรอยเท้าด้วยกิ่ง

ลิลี่พยัก

ลงเขาต่อ หมอกบาง

ระบบแดงจางเป็นเหลือง คลื่นพิกัดเลื่อนไปทิศอื่น

ยังไม่ชะล่า

กลางวันต่อมาไม่มีโรงเตี๊ยม เรากินยาแห้งอีก

อันชี้เห็ดห้ามหยิบ

จินยีหุบมือ

ลิลี่ตัดหนามให้ทาง

ฉันเฝ้าหลัง

นกกลับมาทั่ว ดี

ระบบไม่แดงตลอดบ่าย

เหลืองไกลๆ

พอให้เดิน

ไม่พอให้หลับลึก

ลงเขาช่วงสาย แดดผ่านหมอกเป็นลำ ฉันห้ามเดินกลางลำ

อันนำพุ่ม

ลิลี่ท้าย

จินยีกึ่งกลาง กุมขนมไม่กิน

ระบบเหลืองไกล

หุบด้านหลังมีเสียงหิน อาจเป็นคลื่นพิกัดหรือแค่หินหล่น

เราไม่แวะดู

พักสั้นใต้ต้น ดื่มน้ำ

อัน "อีกสองโขดถึงเส้นที่ข้าขีด"

ฉันพยัก

เท้าชาจากเหวเก่า ไม่พูด

ลิลี่ชะลอให้จังหวะฉันโดยไม่ถาม

ดี

โขดที่สองมีรอยคนนั่งเฝ้า เถ้าไฟเย็น

อัน "ผ่านไปครึ่งวัน"

เราไม่นั่งที่เถ้า

เลี่ยงบน

จินยีกระซิบขอพัก ฉันให้ห้าลมหายใจ

ห้าจบเดิน

ระบบเหลืองกลายเขียวสั้นๆ แล้วเหลืองอีก

คลื่นเลื่อนวนหุบ

ไม่ติดหลัง

พอ

"พักอีกได้ไหมคะ" จินยี

"อีกโขด" ฉัน

อัน "โขดนั้นมีน้ำ"

ลิลี่ "น้ำก่อนพัก"

เราถึงน้ำ ฉันดื่มคนละสามอึก

ไม่ล้างแผลในน้ำ

อันห้ามอีก

จินยีพยัก

ระบบเขียวสั้น เหลืองอีก

ฉันไม่ยิ้ม

เดิน

โขดน้ำมีรอยกีบแพะ ไม่มีรอยเกวียน

อันยัก "ทางแพะดี"

เราตามกีบจนเส้นขีดบนดินของนางมาบรรจบ

อัน "จำได้"

ลิลี่ "จำแล้วไป"

จินยีไม่ขอพัก

ฉันพยักให้น้อง

ลงต่อ

หมอกบางลง

ไกลมีหลังคาหญ้าอีกแห่ง

เราเลี่ยง

ไม่เข้าหลังคาคน

หลังคาหญ้าที่เลี่ยงมีควัน เสียงคน เราอ้อมจนควันเป็นเส้น

อันไม่ชี้

จินยีไม่ชี้

ลิลี่ไม่ชี้

ฉันไม่ชี้

เดินจนมืด

แรมซอกอีก

ยามสลับ

ไม่มีสามจังหวะ

มีลม

ฉันเฝ้า

พอ

เช้าวันต่อ เส้นคนหนาขึ้น ฉันไม่เข้าแถวเกวียน

เดินพุ่มจนต้องออกเพราะพุ่มหมด

อัน "จากนี้สายตาด่าน"

เสื้อคลุมทับแล้ว

กลิ่นไหม้เกือบหมด

จินยีไม่พูดเกินค่ะ

ลิลี่หน้าเรียบ

เราเข้าเส้นคน

ยังไม่ถึงหมู่บ้านด่าน

ระบบเหลือง

ไม่แดง

ด่านเล็กที่เลี่ยงมีธง เราอ้อมพุ่มจนธงหาย

จินยีไม่มองธง

ดี

แดดเอียง

ยาแห้งหมดมื้อ

อันแบ่งสุดท้าย

ลิลี่ไม่เอา นางยังไหว

ฉันเอาครึ่ง ให้จินยีครึ่ง

เดิน

ระบบเหลือง

หุบหลังเงียบ

สามจังหวะไม่ตาม

สันเขาไม่มีคน

ฉันยังไม่ชะล่า

"อีกไกลไหมคะ" จินยี

"ถึงเส้นคนแล้วไม่เข้าแถว" ฉัน

อัน "ถูก"

ลิลี่ "เสื้อคลุมทับดีแล้ว"

เราเดินจนมืดใกล้ด่านที่เลี่ยง

ไม่เข้า

แรมพุ่ม

ยาม

ฉัน "ถ้าสามจังหวะมาอีก ไม่รอไก่"

อัน "ดี"

ไม่มีสามจังหวะ

มีจิ้งหรีด

พอ

เช้าจะถึงเส้นคนหนา ฉันทบทวนคำด่านในใจ

นักเดินทาง ซื้อยา ไม่ใช่หลงซาน

ลิลี่ฟัง

จินยีพยัก

อันยิ้มกวนซึ่งเป็นหน้ากากตลาด

ระบบเหลือง

หุบหลังไม่แดง

สามจังหวะจบที่หมู่บ้านนั้น

ไม่ตามถึงเส้นนี้

ฉันยังไม่เชื่อว่าจบ

เดิน

เส้นคนเริ่มมีเกวียน ฉันไม่แทรกกลาง เดินข้างจนด่านที่เลี่ยงลับหลังโค้ง

เกวียนดังผ่าน ฝุ่น ฉันปิดปากจินยีด้วยมือเบาๆ นางไม่ไอ

ลิลี่ไม่หันตามเกวียน

อันไม่ชี้

พ้นฝุ่นแล้วเดิน

"อย่าเข้าแถวเกวียน" ฉัน

"ไม่เข้า" อัน

ลิลี่ "ท้ายข้าดูหลัง"

จินยี "ค่ะ"

ฝุ่นเกวียนจาง

เราเดิน

"แดงไหม" ลิลี่

"เหลือง" ฉัน

พอ

"เหลืองดีกว่าแดง" อัน

"ไม่ดีพอ" ฉัน

ลิลี่ "พอให้เดิน"

จินยี "เดินค่ะ"

"เดิน"

"อย่าคุยชื่อหลงซาน" ฉัน

"ไม่คุย" อัน

"ไม่คุย" ลิลี่

"ค่ะ" จินยี

"ได้ยินไหม" ฉัน

"ได้ยิน" ลิลี่

"ได้" อัน

"ค่ะ" จินยี

"อย่าแยก" ฉัน

"ไม่แยก" ลิลี่

"ไม่แยก" อัน

"ไม่แยกค่ะ" จินยี

"ดี" ฉัน

ฝีเท้าสามจังหวะใต้หน้าต่างยังไม่ขึ้น — ขึ้นเมื่อไหร่?