หมอกรุ่งสางคลุมหุบ ปากถ้ำโบราณสถานเมฆาครามมีเสาคู่สลักมังกรวายุกับมังกรสายฟ้า เลือดบนธรณียังไม่แห้ง
ฉันยกมือให้เงียบ "ลบกลิ่นปราณ ตามรอยเท้าฉัน"
อันหรี่ตา สำรวจลม "ค่ายลมใต้รอยต่อหิน คนเฝ้าสอง ซอกซ้าย"
"ฉันซ้าย ลิลี่ขวา จินยีไม่จุดโคม"
เงาสายฟ้าพาฉันไปหลังคนแรก มือกดปาก ปราณสั้นที่คอ เขาทรุดไร้เสียง
ลิลี่ตัดคนที่สองที่หัวใจ กระบี่วิญญาณกลืนเสียงร้อง
อันค้นเสื้อ ได้แผ่นหนัง "ทางนี้ไปห้องหัวใจวิหาร"
โถงวงกลม แกนเมฆาครามขนาดเท่าร่างคนลอยกลางแท่น ท่อดำดูดแสงลงรอยแยกมิติ ทุกครั้งที่แสงถูกดูด รอยแยกกว้างขึ้น
จินยีกระซิบ "ถ้าแกนหมด ของฝั่งนั้นจะเดินออกมาเต็มตัว"
เสียงหัวเราะจากหลังเสา "สายตาแหลม สมโคมวิญญาณ"
คนสูงผอมชุดดำ กระบี่กระดูก ตาม่วง แรงกดขั้นสี่โถมจนกระดูกลั่น
"มดขั้นสามมาขัดพิธี" เขาชี้หน้า
ไม่มีเวลาคุย ฉันไม่ชนขั้นสี่ตัวต่อตัว อันตัดลมให้เขาพลาดจังหวะ ลิลี่รับกระบี่กระดูก ประกายเงินกับกระดูกเสียด ฉันก้าวสายฟ้าไปแกน ไม่ใช่ไปคอเขา
มือวางใกล้คริสตัล แหวนร้อน
แสงฟ้าไหลเข้าเส้น เจ็บ ฉันกัดผ้า
หัวหน้าสอดแนมโกรธ "เด็กขโมยของ!"
อันยิ้มไม่สวย "ของนี้ไม่ใช่ของมึง"
ฉันไม่ใช้คำนั้น ฉันตะโกน "ถอยทั้งทีม!"
ลิลี่ฟันจนเขาถอยก้าว เราฉวยแกนส่วนที่เหลือซึ่งยังส่อง แล้ววิ่งออกปากถ้ำ
แสงอรุณปะใบหน้า เขาไม่ตามถึงแสงทันที ค่ายในถ้ำฉุดเขากลับไปกับรอยแยก
แหวนสั่น ภาพชายชราผ้าทองในหัว ไม่ใช่กายเนื้อ
"จงไปเมืองเมฆา ที่นั่นมีผู้สืบทอดอีกคนรออยู่"
ภาพสลาย
อันสะบัดเลือดที่มีด "ข้าพาทางลงเขาได้ เมืองนั้นไกล ยาในย่ามไม่พอทั้งเดือน"
จินยีกอดโคม "หนูไปด้วยค่ะ"
ลิลี่เช็ดกระบี่ "ตราบนเสื้อถูกเผาแล้ว แต่กลิ่นแกนจะตาม"
ฉันมองทิวเขา "ก็ให้มันตาม สี่คนเร็วกว่าหนึ่ง"
ข้างหลัง ถ้ำยังส่งเสียงท่อดำ
ข้างหน้า เส้นทางสู่เมืองเมฆายาว
ผู้สืบทอดคนที่สอง ยังไม่มีหน้า
แต่ทูตแห่งมืดรู้แล้วว่าเราออกมาได้
นอกปากถ้ำ แสงเช้าทำให้เงาท่อดำในโถงดูอ่อนลง แต่มันไม่หาย
อันนับลูกยาในย่าม "เหลือสิบสอง แบ่งสี่คนได้สามวันถ้าไม่เลือดออกเพิ่ม"
ลิลี่ "กระบี่บิ่นหนึ่งแห่ง ลับได้"
จินยี "โคมยังมีแสง สองคืนถ้าไม่เต็มดวง"
ฉัน "ปราณขั้นสามยังเดินได้ บัฟวายุจากแกนห้ามไว้ตอนเข้าเมือง เดี๋ยวคนดมได้"
อันหัวเราะสั้น "เด็กสายฟ้าเริ่มคิดแล้ว"
ภาพอาวุโสในหัวไม่กลับมาอีก เหลือแต่ชื่อเมืองเมฆา
ผู้สืบทอดคนที่สอง อาจเป็นเหยื่อ อาจเป็นกับดัก อาจเป็นคน
ฉันไม่สัญญาว่าจะรัก ฉันสัญญาว่าจะไปถึง
ลมลงเขามีกลิ่นฝน ไกลกว่ากลิ่นไหม้
เรายังไม่ปลอดภัย แต่เราไม่ได้อยู่ในเหวแล้ว
แกนส่วนที่เหลือในผ้าของลิลี่ร้อนผ่านผ้า ฉันไม่ถือเอง ปราณฉันเต็มจากแกนแล้ว ถ้าถืออีกจะรั่วกลิ่น
อันนำลงเขาทางเก๋งแพะ ไม่ใช่ทางคน รอยเท้าสัตว์กลบรอยเรา
จินยีสะดุด ฉันจับแขน โคมไม่ชนหิน
ลิลี่เดินท้าย ตัดรอยเลือดที่หยดจากแขนฉันด้วยดิน
แผนที่ในหัวมีเส้นเดียวสู่เมืองเมฆา เส้นนั้นผ่านหมู่บ้านที่อาจมีหูสำนักมืด
อัน "อย่าเข้าตลาดตอนเสื้อยังมีกลิ่นแกน"
ฉัน "คืนนี้แรมป่า"
แสงเช้ายาวขึ้น เงาเราสั้นลง ถ้ำหลังหลังกลายเป็นจุดดำ
ผู้สืบทอดคนที่สองยังไม่มีหน้า ในหัวฉันเลยยังไม่สัญญาอะไรเกินการไปถึง
ลมมีฝนจริง หยดแรกตกบนแหวน ร้อนกับเย็นชนกัน
ผ้าที่ห่อแกนเป็นชายเสื้อลิลี่ ฉันจะหาผ้าใหม่เมื่อพ้นกลิ่นถ้ำ
อันนำทางแพะจนขากาง หนามเกี่ยวแขน ไม่เกี่ยวโคม
จินยีไม่ร้องตอนสะดุด แค่กุมแขนฉันแน่น
ลิลี่โรยดินบนเลือดเป็นจุดๆ จนรอยขาด
แผนที่ในระบบเป็นเส้นเดียว ไม่มีทางลัด ฉันไม่เชื่อทางลัด
อันว่าตลาดเมืองเมฆามีหูซื้อข่าวด้วยยา
ฉันว่าคืนนี้ไม่เข้าหลังคาคน
แสงเช้าทำให้เสื้อที่ไหม้ดูชัด ฉันกลับด้านเสื้อ
ภาพอาวุโสไม่กลับมา ดี เพราะตอนนี้ต้องการตาตัวเอง
ผู้สืบทอดคนที่สองอาจรอด้วยดาบ ไม่ใช่ด้วยยิ้ม
ลมฝนตกบนแผ่นหลังที่ยังชาจากเหว
สี่คนบนเขา เงาสั้น
ถ้ำหลังกลายเป็นจุด แล้วหายหลังโค้ง
ฉันไม่หันไปอีก
ไปให้ถึงก่อนที่กลิ่นแกนจะถึงเมืองก่อนเรา
"อย่าเข้าตลาด" อันซ้ำ
"คืนนี้ป่า" ฉันรับ
ลิลี่ "แกนร้อนขึ้น"
"เพราะเช้า" ฉันเดา
จินยี "หนูหิวค่ะ"
อันโยนขนมแห้ง "เคี้ยวเงียบ"
เส้นเขาเปิดเป็นลานสั้น เราไม่หยุด
"เมืองไกลแค่ไหน" ลิลี่
อัน "สามวันถ้าไม่เลือด ห้าวันถ้าโง่"
ฉัน "สาม"
ฝนตกจริง
แหวนเย็นลง
ถ้ำหายจากสายตา
ฉันไม่หัน
สี่เงาสั้นบนเขาเปียก
ป่าก่อนเมืองยังไกล อันชี้ควันบางๆ "อย่าเข้า"
ฉันพยัก
เราตั้งแรมในซอกที่ลมผ่านได้ทางเดียว
ลิลี่เฝ้าปากซอก
อันต้มยา ไม่ต้มข้าว
จินยีหลับโดยเอาโคมไว้ระหว่างเรา
ฉันไม่หลับเต็ม ขั้นสามเดินเองในเส้นจนชา
ฝนหยุด กลิ่นแกนชัดขึ้น
"พรุ่งนี้กลับด้านเสื้อใหม่" อัน
"ได้"
ลิลี่ "กระบี่บิ่นเท่าเดิม ไม่เพิ่ม"
ดี
ฉันคิดถึงคำว่าผู้สืบทอดคนที่สอง แล้วยอมไม่ใส่หน้าให้
ใส่หน้าเร็วจะช้าตอนแทง
เช้าจะมา
สี่คนยังครบ
ถ้ำไกล
เมืองยังไม่เห็นหลังคา
แหวนนิ่ง
ฉันนับนิ่งนั้นเป็นยาม
ซอกแรมแคบจนสี่คนต้องผลัดนอน ลิลี่นั่งปากทางทั้งคืน ฉันสลับครึ่งหลัง
อันไม่หลับจริง แค่หลับตา นับลม
จินยีหลับติดโคม ฉันย้ายโคมออกจากหน้าอกน้อง กลัวทับแสง
ฝนซึมเข้าซอกเป็นเส้น ฉันรองด้วยใบไผ่ ไม่ให้เปียกยา
เช้ามืดอันต้มน้ำไม่ต้มยา "น้ำก่อน ยาหมดแล้วแบ่งยาก"
ฉันดื่ม รสดิน
ลิลี่ลับบิ่นกระบี่บนหินแม่น้ำจนเสียงสั้นลง "ใช้ได้"
เราเก็บรอยค้างคืนด้วยกิ่งกวาด เหลือแค่ดินเปียก
ลงเขาต่อ ควันหมู่บ้านเห็นเป็นเส้น อันห้ามชี้
ฉันไม่ชี้
จินยีถามว่าเมืองเมฆามีขนมไหม อันตอบว่ามีแต่แพง
ลิลี่ไม่หัวเราะ
ฉันคิดเส้นสามวัน ย่นเป็นสองถ้าไม่พักตลาด
กลิ่นแกนในผ้ายังมี ฉันให้ลิลี่สลับห่อกับย่ามสมุนไพรของอัน กลิ่นพราง
อันยอม "ยาดมแกนได้ แกนดมยาได้ ทั้งคู่เหม็น"
พอ
เส้นเขาเปิด หลังคาไกลยังไม่ใช่เมือง เป็นเพิงคนเลี้ยงแพะ
เราอ้อม
ไม่ทัก
สี่คนเปียก ยังครบ
เพิงแพะมีควันแต่ไม่มีเสียงคุย เราอ้อมไกลจนควันเป็นเส้นบาง
อัน "คนเลี้ยงแพะขายข่าวถูก"
ฉันไม่แวะซื้อ
ลิลี่สลับย่ามกับผ้าแกนจนกลิ่นพรางขึ้น จินยีดมแล้วย่นหน้า
"เหม็นค่ะ"
"ดี" อันว่า "คนดมแล้วไม่คิดว่าเป็นของดี"
เส้นเขาลงสู่ป่าเตี้ย ไผ่หมด เหลือไม้พุ่ม
ฉันเดินช้าลง เพราะเท้าชาจากเหวเมื่อสองวัน
ลิลี่ไม่ถาม แค่ชะลอ
อันเก็บใบยาข้างทางสามชนิด ยัดย่าม
จินยีชี้หลังคาไกลที่เป็นสีเทา "นั่นเมืองหรือ"
"ยัง" อัน "นั่นวัดร้าง อย่าเข้า หลังคานั้นมีหู"
เราอ้อมอีก
ฝนตกบาง แหวนไม่ร้อน
ผู้สืบทอดคนที่สองยังไกล
สี่คนยังเดิน
พุ่มไม้มีหนามน้อยกว่าไผ่ แต่มีรอยคนตัด
อันก้มดู "ตัดไม่เกินสองวัน มีดคม"
"สำนัก?" ลิลี่
"หรือคนเลี้ยงแพะ อย่าเพิ่งยิงธนูใส่เงา"
ฉันพยัก
เราอ้อมรอยตัด
จินยีเหนื่อย ฉันลดความเร็ว
สี่คนยังไม่แยก
หลังคาเทาของวัดร้างลับหลังโค้ง
เมืองยังไม่ถึง
แต่กลิ่นคนหนาขึ้น
วัดร้างลับหลัง กลิ่นธูปเก่าปนกลิ่นคน
อัน "มีคนจุดธูปเมื่อเช้า อย่าคิดว่าว่าง"
ฉันอ้อมพุ่มจนวัดหาย
ลิลี่ "แกนเย็นลง"
ดี
จินยี "หนูไหวค่ะ"
เราเร่งช่วงลานสั้นที่ไม่มีรอยตัด
ฟ้าเปิด ไกลมีเส้นแม่น้ำ
อันชี้ "เมืองอยู่พ้นน้ำ ข้ามสะพานมีด่าน"
"ก็ไม่ข้ามสะพาน" ฉัน
"มีท่าเรือเถื่อน" นางยัก
ลิลี่ไม่ชอบคำว่าเถื่อน แต่พยัก
สามวันอาจเป็นสอง
ทูตแห่งมืดรู้แล้วว่าเราออกมาได้ แล้วผู้สืบทอดคนที่สอง เขารู้ก่อนเราหรือ?