เสียงหอนเยือกสะท้อนหุบเขา ใบไผ่ร่วง จ่าฝูงบนเนินหินคำราม ฝูงสิบสองตัวฉีกหมอกพุ่ง
ฉันรีดปราณขั้นสามสู่แขน กลิ่นไหม้ ถีบดินรับตัวแรก ฝ่ามือสายฟ้าซัดอก ขนเกรียม ตัวที่สองเฉียดโคม จินยีหมอบตามที่สอน
"ระวังข้างหน้า!" อันร้อง
จ่าฝูงกระโจนข้ามฝูง เท่าม้า ตาม่วง หนามเงาฝนลงมา
ลิลี่กางกระบี่วิญญาณตัดหนามวงใน อันตวัดวายุเป็นกรงสั้นกักสามตัว ฉันไม่ชนจ่าตรงๆ ก้าวสายฟ้าไปข้างซ้าย ชกข้อเข่าหลัง
มันหมุนเร็วเกิน เล็บฉีกแขนเสื้อ เลือด
"อย่าเข้าปาก" อันตะโกน
"รู้"
ฉันลองท่าที่ยังไม่คล่อง เงาสายฟ้า — ย้ายสิบก้าวในมืด ไม่ทิ้งประกาย
ไปโผล่หลังจ่า กระแทกโคนหางด้วยฝ่ามือฟ้า มันหอน ฝูงแตกจังหวะ
ลิลี่ฟันคอตัวที่ใกล้โคม อันปาคุกวายุกักอีกสอง เหลือจ่ากับสามตัว
จ่ากดพื้น ศิลาก้อนหนึ่งกลางหุบดูดปราณฝูงที่ตาย แสงดำไหลเข้าก้อน
"อย่าทุบหิน" ฉันสั่ง
อันชะงักมีด "ข้าเกือบทุบ"
จ่าฝูงกระโดดหนีเข้าหมอกเมื่อหินเริ่มสั่น เหลือกลิ่นขนไหม้
เรายังไม่ทันหายใจ ลำแสงดำเสียดฟ้าจากทิศโบราณสถาน กลิ่นเดียวกับทูตแห่งมืด
อันหน้าถอดสี ถ้วยชาที่เพิ่งหยิบจากย่ามสั่น "นั่น... ไม่ใช่หมาป่า"
จินยีกุมโคม "พี่จินคะ โคมสั่นเอง"
ลิลี่เช็ดเลือดบนกระบี่ "ทิศเมฆาคราม"
ฉันมองแขนที่เลือดยังไม่หยุด แล้วมองทีมสามคน "พักไม่ได้"
อันยัดยาให้ฉัน "เคี้ยวระหว่างวิ่ง ข้าไม่แบก"
เราวิ่งสู่แสงดำ
ป่าไผ่เปิดเป็นปากทางหิน มีเลือดใหม่บนธรณี ยังไม่แห้ง
จ่าฝูงหายแล้ว แต่หินกลืนปราณยังเต้นอยู่หลังเรา เหมือนนาฬิกา
ถ้าเราช้า แกนในถ้ำจะถูกกินก่อนที่เราจะถึง
หลังจ่าฝูงหนี กลิ่นขนไหม้ติดใบไผ่ ฉันไม่ไล่เข้าหมอก นั่นกับดัก
อันเก็บมีด เช็ดเลือดอสูรด้วยใบไผ่ "เนื้อนี้กินไม่ได้ ปราณดำ"
จินยีหยดแสงรักษาบนแขนฉัน แสงสั้น โคมริบ "หนูเก็บไว้สู้ถ้ำนะคะ"
"เก็บ"
ลิลี่ชี้ศิลากลืนปราณ "ก้อนนี้ยังเต้น ถ้าทิ้งไว้ ฝูงใหม่จะเกิดจากซาก"
ฉันไม่แตะ ฉันให้สายฟ้าสั้นๆ เผาซากรอบก้อน ไม่เผาก้อน ตามระบบ
แสงดำบนฟ้ากระพริบถี่ขึ้น อันไม่กินขนมแล้ว "ข้าเคยได้กลิ่นนี้ตอนสำนักขับข้า มันตามคนที่ยังมีแกน"
"เรามีแกนในแหวน" ฉันพูด
"ก็วิ่ง" นางยักย่าม
เราวิ่งจนไผ่เปลี่ยนเป็นหิน เลือดบนธรณีอุ่นกว่าเลือดหมาป่า
จินยีกระซิบ "มีคนตายที่นี่ไม่กี่ก้านธูป"
"รู้" ลิลี่ตอบ "อย่าเหยียบรอยเลือด เหยียบหินแห้ง"
ซากหมาป่าไม่ชักกระตุกแล้ว ศิลากลืนปราณดูดแสงดำจากซากเป็นเส้น
ฉันเผาเส้นนั้นด้วยสายฟ้าสั้นๆ เส้นขาด ก้อนสั่นแล้วช้าลง
อันถุยน้ำลาย "ข้าเกือบทุบจริง"
ลิลี่ไม่ว่า แค่เช็ดกระบี่จนไม่มีขนติด
จินยีเก็บเศษยาที่ตก มือสั่นแต่เก็บครบ
แสงดำบนฟ้าไม่ใช่ฟ้าผ่า ทิศเดียว ตรงถ้ำ
เราวิ่งจนไผ่หาย หินเริ่มมีอักขระเดียวกับนครใต้ดิน
เลือดบนธรณียังอุ่น ฉันไม่ให้จินยีก้มดูหน้า
อันดมลมปากทาง "ในนั้นมีคนยังหายใจ สองหรือสาม ไม่ใช่ศพล้วน"
ฉันพยัก แล้วเข้าโดยไม่ถามชื่อคนเจ็บ
เส้นปราณดำจากซากขาดแล้ว ก้อนหินกลืนช้าลงเหมือนคนสะอึก
ฉันไม่เก็บก้อน กลัวกลิ่นติดแหวน
อันเดินวนสามก้าว แล้วเลิกคิดทุบ
ลิลี่ชี้ทิศแสงดำ "ตรงนั้นไกลกว่าที่ขาคิด"
เราวิ่งจนไผ่เปลี่ยนเสียงจากใบเป็นลำ
หินเริ่มมีอักขระมังกรขาดหัว แบบเดียวกับนครใต้
เลือดธรณีไม่ใช่เลือดหมา เข้มกว่า มีกลิ่นคน
จินยีกลั้นอาเจียน ฉันไม่หันไปดู
อันดมแล้วชูสี่นิ้ว ฉันเข้าใจว่าในนั้นมีลมหายใจสี่จุด
ฉันลดเป็นสามเมื่อลมหนึ่งขาดกลางทาง
ลิลี่เช็ดเท้าบนหินแห้งก่อนย่างเข้าเงาปากถ้ำ
โคมไม่จุด แสงจากแกนไกลในโถงพอให้เห็นขอบ
ฉันกระซิบห้ามเรียกชื่อดัง
อันหุบปากครั้งแรกในรอบวัน
ท่อดำในนั้นส่งเสียงเหมือนคนดูดน้ำ
"อย่าเข้าหมอก" ฉันห้ามอันที่เกือบไล่จ่า
"รู้แล้ว" นางถุย
ลิลี่ "หินยังเต้น"
ฉันเผาสายสั้นอีกรอบ เต้นช้าลง
จินยี "โคมอยากสว่างเองค่ะ"
"ห้าม"
เราวิ่ง
อัน "ซ้ายมีลมคน"
"ไม่แวะ" ฉัน
เลือดธรณีอุ่น
ลิลี่ "ในนั้นไม่ใช่หมา"
"รู้"
จินยีกำเสื้อฉัน
ปากถ้ำดำ
ท่อดูดดังขึ้น
ปากถ้ำกลิ่นคนและกำมะถัน
อัน "สองลมหายใจซ้าย หนึ่งขวา"
ฉัน "ขวาก่อน ซ้ายอาจเป็นเหยื่อล่อ"
ลิลี่นำขวา กระบี่ต่ำ
ไม่มีคน แค่เสื้อขาดและเลือด
จินยีไม่ก้ม
เราเลี้ยวซ้ายตามลม
โถงกว้างขึ้น มีแสงแกนไกล
อันหุบมีด "นั่นของใหญ่"
ฉัน "อย่าวิ่งใส่"
เดินชิดผนัง
ท่อดำเต้นเป็นจังหวะดูด
ฉันนับจังหวะ ห้าแล้วพักหนึ่ง
พักนั้นคือช่องข้ามร่อง
ลิลี่ข้ามก่อน
จินยีถูกฉันอุ้มข้าม โคมไม่ชน
อันท้าย ยิ้มไม่มีเสียง
แสงแกนสว่างจนตาเจ็บ
ยังไม่ถึงคนเฝ้า
แต่ลมคนชัดแล้ว
ในโถงแสงแกนทำให้เงาเราดำบนหิน อันชี้สองนิ้วไปเสาซ้าย
คนเฝ้าเงาหนึ่ง ยังไม่ใช่หัวหน้า
ฉันไม่ฆ่าจากไกล กลัวแกนตอบสนองเลือด
เราชิดผนังจนถึงเสา อันปิดปากลมคนเฝ้า ลิลี่จับแขน ฉันรัดคอสั้นจนสลบ ไม่ถึงตาย
จินยีไม่ดูหน้า
แกนใกล้ขึ้น ร้อนผ่านอากาศ
ท่อดำเต้น ฉันนับช่องพัก แล้วข้ามร่องที่สอง
ฝั่งนั้นพื้นสั่นกว่า แกนหมุนช้า
ลิลี่กระซิบ "อย่าแตะยัง"
ฉันพยัก
เสียงหัวเราะยังไม่ดัง หัวหน้ายังหลังเสาใหญ่
อันชี้ตาฉัน แล้วชี้เสา แปลว่าดมได้สี่คน
ฉันลดตัว
จินยีกดโคมจนมืดสนิท เหลือแสงแกนอย่างเดียว
เราได้ยินท่อดูดกับลมหายใจคนชุดดำ
ยังไม่ถึงเวลาพุ่ง
ฉันรอให้ท่อพักอีกครั้ง
พักมา ฉันยกมือ
ยังไม่ให้ลงมือ แค่ให้พร้อม
หัวหน้ายังไม่หัวเราะ ลมคนสี่จุดกลายเป็นสาม
อันชี้ว่าหนึ่งเคลื่อน
ฉันกดทีมให้ติดพื้น
เงาชุดดำผ่านแสงแกน กระบี่กระดูกยังไม่เห็น แค่ผ้า
ลิลี่ไม่ฟัน ระยะยังไม่ถึง
จินยีหน้าซีดแต่ไม่สั่นโคม เพราะโคมมืดอยู่แล้ว
ท่อพัก ฉันยกมืออีกครั้ง ยังไม่พุ่ง
อันขมวด อยากจบเร็ว ฉันสั่นหัว
คนชุดดำหยุดที่แท่น มือยกท่อ แสงแกนถูกดูดแรงขึ้น
จินยีกัดปาก
ฉันรอให้เขาเงยหน้าจากท่อ
เงย
ยังไม่ใช่จังหวะฆ่า เป็นจังหวะจำหน้า
ใบหน้าซูบ ตาเรือง
ฉันจำ
แล้วค่อยลงมือตอนถัดไป
"จำหน้าแล้ว" ฉันกระซิบ
ลิลี่ "ตาเรือง ปากบาง"
อัน "กระบี่กระดูก กลิ่นศพ"
จินยีไม่พูด
คนชุดดำเงยจากท่อ ตะโกนคำที่ฉันไม่แปล เป็นคำสั่งดูดแรงขึ้น
แกนหมุนเร็ว แสงสั่น
ฉันยกมือลง แปลว่าใกล้แล้ว
ยังไม่พุ่ง
รอให้เขายกกระบี่จากพื้น
กระบี่ยังพิงเสา
รอ
"อย่าให้แกนหมุนครบ" ฉันกระซิบ
"แล้วจะหยุดยังไง" อัน
"ตัดท่อตอนพัก ไม่ตัดคนก่อน"
ลิลี่ "ท่อใกล้เสา ข้าถึงได้"
"ไปตอนฉันล่อตา"
จินยี "หนูล่อด้วยแสงได้ค่ะ"
"ห้าม" ฉันกับลิลี่พร้อมกัน
นางหุบ
คนชุดดำวางมือบนท่อ แสงดูดแรง
ฉันขยับไปเสาตรงข้าม ให้เงาฉันเคลื่อน
เขาหัน
ลิลี่ถึงท่อ
ยังไม่ตัด รอคำสั่ง
ฉันพยัก
นางตัด
ท่อถูกตัด แสงดูดสะดุด แกนสั่น
คนชุดดำร้อง "ใคร!"
ฉันไม่ตอบ ฉันดึงทีมถอยชิดผนัง
ลิลี่กลับมา มีน้ำมันดำติดกระบี่
อัน "ตัดได้"
แกนหมุนช้าลงชั่วครู่ แล้วท่ออื่นรับงานแทน
"ยังไม่จบ" ฉัน
"รู้" ลิลี่
จินยีกำเสื้อ
หัวหน้ายังไม่ปรากฏตัวเต็ม แค่เสียง
เราได้เวลาหายใจไม่กี่ลม
พอสำหรับก้าวต่อไป
แสงแกนสั่นรัว ฉันยกมือให้พร้อม — ต่อไปไม่ใช่การจำหน้า
ลิลี่พยัก อันยิ้มไม่มีเสียง จินยีไม่หลับตา
ท่อที่ถูกตัดยังหยดน้ำมันดำลงหิน เป็นจังหวะนาฬิกา
ฉันนับหยดนั้น แล้วหยุดนับ
ยังไม่ทัน
ยังไม่จบถ้ำนี้
ธรณีประตูยังเปียกเลือด ข้างในมีเสียงท่อดำดูดแกน — เราเข้าทันไหม?