เสียงหัวเราะสะท้อนผนังถ้ำ เงาแปดสายพุ่งเข้ามาเหมือนหมาหิว ฉันยืนบังจินยี ปราณขั้นสองเดินในแขนจนปลายนิ้วชา
"นึกว่าผู้สืบทอดจะมีเขา" คนแรกเยาะ "ที่แท้เด็กเลือดยังไม่แห้ง"
ดาบดำสองเล่มกวัด ฉันไม่ถอย
"ช้าไป"
ฝ่ามือขวารวบสายฟ้าจากแหวน แล้วผลักออก
เปรี้ยง
ลำแสงฟ้าหนาซัดอกศัตรูสองคน ร่างกระเด็น กลิ่นโอโซนฉุน ฉันเองก็ชะงัก เพราะแรงนี้หนักกว่าตอนฝึกหุ่นฟาง
"ไอ้เด็กนี่มีของ"
พวกที่เหลือไม่พุ่งดื้อ กระจายล้อม จินยีกระซิบหลังฉัน "พี่จิน ด้านหลังค่ะ!"
แสงม่วงอ่อนจากโคมยังไม่เต็มดวง นางเปิดแค่พอให้ฉันเห็นซอกหิน คนที่สามพุ่งจากมืด
ฉันส่งปราณลงเท้า
ร่างวูบพ้นคมดาบ ไปโผล่ข้างศัตรู ฉันตบไหล่เขาด้วยฝ่ามือที่มีประกาย เขาล้มโดยไม่ทันร้อง
"ทางนี้ต่างหาก"
อีกคนสวนมีดสั้น ฉันเอน หินถ้ำขูดแขนเสื้อ เลือดซึม นางจินยีร้อง แต่ไม่พุ่งออกมา — ดี ที่สอนไว้
คนที่สี่พยายามจับจินยีแทนการฟันฉัน นางทุบโคมใส่หน้าเขา แสงม่วงฉายตาเขาพร่า ฉันก้าวเข้าไปกระแทกข้อศอกใต้คาง เขาล้ม
"อย่าออกจากหลังฉัน" ฉันหอบ
"ค่ะ... แต่เขาจะจับหนู"
"จับไม่ได้ ถ้าเจ้าไม่ส่งตัวให้จับ"
ศัตรูคนที่ห้าเป็นผู้หญิง ดาบสั้นคู่ นางไม่พูด ฟันเป็นจังหวะห้อง ฉันรับไม่เป็น เสื้อขาดที่ชายโครง เลือดใหม่
"พี่จิน!"
"ยังไหว"
ฉันหลอกให้ดาบสั้นติดซอกหิน แล้วใช้ก้าวสายฟ้าครั้งสองครึ่งระยะ แค่พ้นคม แล้วผลักไหล่นางชนผนัง นางไม่หมดสติ แต่ดาบหลุด
หัวหน้าปรบมือช้าๆ
หัวหน้ากลุ่มยืนท้าย ยิ้มใต้ฮูด "เก่งสำหรับเด็ก แต่ปราณเจ้าสั่นแล้ว"
จริง มือฉันเริ่มสั่น ก้าวสายฟ้าใช้ไปครั้ง ฝ่ามือสายฟ้ากินปราณก้อนโต
"จินยี จุดโคมตอนฉันสั่งเท่านั้น"
"ค่ะ"
ศัตรูสี่คนที่เหลือบีบวง ฉันหายใจเข้าแล้วยอมทิ้งระยะ ลากพวกเขาเข้าโถงแคบที่เพดานต่ำ ดาบยาวเสียเปรียบ
คนซ้ายฟัน ฉันก้าวสายฟ้าครั้งสอง พ้นไปหลังเขา แล้วผลักหลังให้ชนเพื่อนตัวเอง
เหลือสาม รวมหัวหน้า
หัวหน้าไม่รอ กระบี่ดำยาวกว่าคนอื่น ปราณดำเกาะคม "เจ้าฆ่าศิษย์ข้า ข้าจะเอาคอแลก"
"เอาไป" ฉันตอบ "ถ้าถึง"
เขาฟันลงมา ฉันยกแขนรับไม่ได้ เลยก้ม คมขูดผม หินแตกหลังหู
จินยีทนไม่ไหว จุดโคมเต็ม
แสงม่วงสาด เงาบนผนังชัด ฉันเห็นจังหวะซ้ายของเขาเปิด
ฝ่ามือสายฟ้าครั้งสุดท้ายที่ไหว ฉันทุ่มลงพื้น ไม่ใส่คน ใส่เพดาน
ฝุ่นเข้าตา ฉันคลานหาเสียงโคม จินยีไอแต่ยังตอบด้วยการจับแขนฉันไว้
เศษหินคมขูดเข่า เลือดใหม่ผสมเลือดเก่า กลิ่นโอโซนยังไม่จาง ผนังถ้ำมีรอยไหม้เป็นกิ่งฟ้า
หัวหน้าเดินทะลุฝุ่นมาได้เพราะเขาไม่สูดลมยาว ปราณดำกรองอากาศให้เขา ขณะที่ปอดฉันทำงานแบบคน
กระบี่ดำของเขาสั้นลงจากแรงกระแทกเพดาน แต่ยังพอฆ่าคอเด็กขั้นสอง
เงาเงินตัดฝุ่นทีหลัง ฉันยังไม่ทันเข้าใจว่าใคร
หินร่วง ฝุ่น แรงกระแทกซัดวงล้อมแตก ฉันเองก็ล้ม
หัวหน้ายังยืนได้ เสื้อไหม้ ยิ้ม "เกือบดี แต่มือเจ้าหมดแล้ว"
เขาเงื้อกระบี่ชี้คอฉัน
ฉันมองจินยี นางกอดโคม น้ำตาไหลแต่ไม่ส่งเสียง
ฉันหลับตา ไม่ใช่ยอม แค่ไม่มีปราณจะยกแขน
คมดำลงมา
เคร้ง
แสงเงินตัดกระบี่ขาดครึ่ง เศษโลหะตกใกล้แก้มฉัน
หญิงสาวชุดวรยุทธ์สีขาวยืนขวาง แผ่นหลังตรง กระบี่ในมือเรืองเงินเย็น
ศัตรูที่เหลือถอยกรูด หัวหน้าถอยก้าว ตาแคบ
นางไม่หันมาหาฉัน พูดเสียงเรียบ
"มาช้าไปนิด เจ้าหนูหลงซาน"
จินยีเช็ดฝุ่นที่หน้าฉันด้วยแขนเสื้อ "พี่ลิลี่... ใช่ไหมคะ หนูได้ยินระบบในหัวพี่ตอนพี่งึม"
ฉันขมวด "น้องได้ยินระบบข้า?"
"ไม่ได้ยินคำค่ะ ได้ยินพี่กระซิบว่ากระบี่ไม่ใช่ศัตรู"
ลิลี่หันครึ่งใบหน้า ตาสีเงิน "เด็กโคมช่างสังเกต ช่างพูด"
"หนูไม่ช่างพูดค่ะ หนูกลัว"
"กลัวแล้วยังเช็ดหน้าพี่ชาย นั่นใช้ได้"
ศัตรูที่สลบสองคนยังหายใจ ลิลี่ไม่ฆ่าซ้ำ "ข้าไม่เก็บหัว คนพวกนี้เป็นสาย ถ้าตายหมด ทางตามค่ายเหนือจะขาด"
ฉันพยัก ทั้งที่อยากฆ่า
ฉันอ้าปาก "เจ้า... เป็นใคร"
นางยังไม่ตอบ ปลายกระบี่จ่อทิศปากถ้ำ
หัวหน้าหัวเราะแหบ แล้วหายเข้าเงาพร้อมลูกน้องที่เดินได้ "จำหน้าไว้ เด็ก ครั้งหน้าไม่มีผู้หญิงดาบมาขวาง"
ฉันจำจังหวะเดินของหัวหน้าได้ ซ้ายหนัก ขวาลาก แผลเก่าที่เข่า
ถ้ามีครั้งหน้า ฉันจะฟันเข่าก่อนคอ
ลิลี่ยืนนิ่งจนฝุ่นตกบนบ่าโดยไม่สะบัด นั่นคนที่คุ้นสงคราม ไม่ใช่คนที่เพิ่งสาบานเล่น
จินยีสั่นแต่โคมไม่ตก ฉันจับข้อมือน้อง ชีพจรเร็วแต่ไม่ขาด
หัวหน้าที่ถอยไปยังทิ้งรอยเลือดเป็นจุดๆ ทางปากถ้ำ เลือดนั้นตามได้
ถ้าเซียนไม่มาขวางก่อน
ฝุ่นยังไม่จาง จินยีคลานมาเขย่าไหล่ฉัน "พี่จินคะ พี่จินลืมตาสิคะ"
ฉันลืม แผ่นหลังหญิงคนนั้นยังคุ้น ทั้งที่ฉันไม่เคยเห็นหน้า
"อย่าหลับ" นางพูดโดยไม่หัน "ถ้าหลับตอนนี้ เจ้าตายจริง"
ถ้ำนี้เคยเป็นที่เก็บฟืนฤดูฝนของคนหลงซาน ฉันจำรอยตีขวานที่ปากทาง จำกลิ่นควันเก่าบนเพดาน
วันนี้ควันเป็นฝุ่นหินและโอโซน คนที่ตีขวานคงตายที่ลานบ้าน
ฉันใช้ความจำนั้นกำหนดซ้ายขวา โดยไม่ต้องมีแผนที่
ลิลี่เดินเหมือนคนที่ไม่ได้จำฟืน แต่จำเลือด
สองอย่างนี้พาเราพ้นปากทางได้คนละแบบ
นางไม่หันมาหาฉันเต็มหน้า เสียงเรียบ
หัวหน้าที่หนีทิ้งเลือดเป็นจุด ฉันจดทิศในหัวทั้งที่ตาพร่า
ลิลี่ยืนจนเงาตัวเองทับฉัน กระบี่เงินไม่สั่นแล้ว
จินยีเช็ดปากฉันด้วยแขนเสื้อซ้ำ "อย่าหลับตามที่เขาบอกนะคะ พี่จิน"
ฉันฮึมเป็นคำตอบ เพราะถ้าพูดยาว จะหลับจริง
ในถ้ำยังมีศัตรูสลบสองคน ลมหายใจพวกเขาดัง ลิลี่ไม่หันไปฆ่า ฉันเข้าใจแล้วว่านางเก็บสายไว้ตามค่าย
ถ้าฉันตายตรงนี้ สายนั้นก็ไร้ประโยชน์
เลยต้องไม่ตาย
ฝุ่นลงบนขนตา ฉันกระพริบแรง
แสงเงินตัดความมืดเป็นเส้น ฉันเกาะเส้นนั้นไว้แทนสติ
ฉันพยายามจำหน้าลิลี่ให้ได้ในฝุ่น นางมีแผลบางที่คิ้ว ไม่ลึก เลือดแห้งแล้ว
คนที่มาช้าแต่ทัน คือคนที่นับระยะเป็นอาชีพ
จินยีวางโคมลงข้างหัวฉัน แสงม่วงอ่อนทำให้เห็นเพดานร้าวใหม่ ร้าวนี้เกิดจากฝ่ามือสายฟ้าของฉันเอง ถ้าเพดานถล่มทั้งก้อน เราถูกฝังด้วยมือฉัน
เลยห้ามซัดเพดานอีก
หัวเข่าฉันสั่นแบบคนจะเป็นไข้ ปราณเดินไม่ครบวง
ลิลี่พูดกับศัตรูสลบโดยไม่มองฉัน "นอนต่อ ตื่นแล้วข้าตัดเอ็นเท้า"
คนสลบไม่ได้ยิน แต่นางพูดให้ฉันได้ยิน ว่านางยังคุมสนาม
ฉันหายใจเข้าให้ถึงท้อง ออกให้ยาว ทำแบบอาวุโสสอนในหญ้าทอง ทั้งที่นี่ไม่มีหญ้า
กระบี่เงินสะท้อนตาฉันเป็นเส้น ฉันเดินตามเส้นนั้นด้วยสายตา ไม่ให้หลับ
กลิ่นโอโซนเจือเหล็ก ฟันฉันรับรสเลือดตัวเอง ฉันถุยออกข้างตัว ไม่ให้สำลัก
ซอกหินซ้ายมีลม แปลว่ามีรูอีก รูนั้นอาจเป็นทางหนีหรือทางโอบ ตอนนี้ใช้เป็นที่ซ่อนจินยีได้
รองเท้าหัวหน้าลากหินเป็นเส้น เส้นนั้นชี้ปากถ้ำ ฉันจำ ถ้ามีวันหน้าจะไล่ตามเส้นนั้น
"อย่าหลับ ถ้าหลับตอนนี้ เจ้าตายจริง"
ฉันกัดแก้มในให้เจ็บ เจ็บช่วยไม่หลับ ลิลี่คงรู้ แต่นางไม่ห้าม
รอยไหม้บนผนังเป็นแผนที่ชั่วคราว ฉันจำโค้งของมันไว้ ถ้าต้องสู้ในที่มืด โค้งนั้นคือที่ที่เพดานบาง
จินยีจับนิ้วฉันเจ็ดนิ้ว แล้วนับซ้ำ เหมือนนับว่าพี่ชายยังครบ
ฉันไม่หลับ ฉันนับรอยร้าวเพดานแทนแกะ ร้าวสิบสอง เท่าเส้นปราณที่อาวุโสนับให้
ปากถ้ำยังมีเสียงลมจากคนที่หนี เสียงนั้นจาง ฉันไม่ไล่
ฉันยังลืมตาอยู่
"ยังไม่หลับ" ฉันบอกจินยี
ยังไม่หลับ
แสงเงินยังอยู่ ฉันยังอยู่ จินยียังกุมโคม
"อย่าหลับ" นางพูด "ถ้าหลับตอนนี้ เจ้าตายจริง"