📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 2 จาก 135

ตอนที่ 2: ตื่นในมิติแห่งจิตวิญญาณ

"เจ้าหนู... ตื่นได้แล้ว"

ฉันลืมตาช้าๆ เปลือกตาหนัก ทุ่งหญ้าสีทองแผ่สุดสายตา ไม่ใช่เพดานหินอ่อนที่เปรอะเลือด

แม่น้ำสายหนึ่งไหลขึ้นฟ้า ใบหญ้ากระทบกันเบาๆ ชายชราผมขาวยืนห่างไม่กี่ก้าว ปราณสีทองนิ่งรอบตัว

"นี่ที่ไหน" เสียงฉันแหบ แต่แผลที่อกไม่เจ็บ

"มิติจิตวิญญาณ" ชายชราตอบ "ข้าสร้างไว้เพื่อฝึกลูกศิษย์คนสุดท้ายของหลงซาน"

ฉันก้มมองอก เสื้อสะอาด แผลหาย ข้างกายจินยีนอนหลับ ลมหายใจสม่ำเสมอ มีรอยฟกช้ำแต่ยังมีชีวิต

"น้องสาวของเจ้าปลอดภัย" ชายชรากล่าว "ข้าดึงดวงจิตสองคนเข้ามาก่อนร่างเนื้อทนพิษไม่ไหว นอกนี้เวลาเพิ่งผ่านไปวันเดียว ในนี้เจ็ดวันแล้ว"

ฉันยันตัวนั่ง คุกเข่า "ท่านคือใคร ทำไมเรียกข้าว่าลูกศิษย์"

"ข้าเคยเป็นอาวุโสผู้ก่อตั้งสกุล" เขาแตะหนวด "เมื่อหลายร้อยปีข้าฝังเจตจำนงไว้ในระบบปราณหลงซาน กายเนื้อดับไปนานแล้ว วันนี้ข้าไม่ได้ลอยลงไปฆ่าทูตแห่งมืดให้เจ้า ข้าแค่ดึงเจ้าออกจากปากความตาย"

ฉันกัดฟัน "แล้วพ่อข้าล่ะ"

ชายชราไม่หลบตา "ร่างเนื้อของบิดาเจ้า... นอกนั้นไม่มีลมหายใจแล้ว จินยียังมี เจ้ายังมี นั่นคือสิ่งที่ข้าซื้อได้ด้วยเจตจำนงที่เหลือ"

ฉันก้มหัวจนหน้าผากแตะหญ้าทอง ความแค้นไม่หาย แต่เสียงร้องของจินยีเมื่อถูกลากไปยังดัง

"โปรดสอนข้า" ฉันพูด "ข้าจะเอาคนที่เหลืออยู่กลับมา"

"ดี" เขาพยัก "ความไม่ยอมแพ้คือหัวใจหลงซาน แต่เจ้าอย่าหวังให้ข้าลงสนามแทน เจตจำนงไม่มีกำปั้น"

วันที่หนึ่งฉันถามซ้ำ "ท่านช่วยคนทั้งหมู่บ้านไม่ได้หรือ"

"เจตจำนงดึงได้สองดวงจิตที่ยังไม่ดับ" เขาตอบ "คนที่ดับแล้ว ข้าไม่ชุบชีวิต นั่นกฎที่ข้าตั้งเอง อย่าให้ลูกศิษย์หวังเทพ"

"ข้าไม่หวังเทพ" ฉันว่า "ข้าหวังพลัง"

"พลังโดยไม่จ่ายราคาคือของสำนักมืด" เขาตีหลังมือฉันเบาๆ "นั่ง หายใจ อย่าพูด"

จินยีฝึกคนละมุม นางทำโคมดับแล้วจุดใหม่ซ้ำจนนิ้วดำ "พี่จินคะ ถ้าหนูจุดผิด พี่จะโกรธไหมคะ"

"โกรธถ้าเจ้าเผาหญ้าทอง" ฉันตอบ

นางยิ้มรัว แล้วร้องเมื่อเปลวม่วงโดนแขนตัวเอง ชายชราเดินไปเป่าแผลให้ "โคมไม่ใช่ไฟครัว มันกินปราณผู้ถือ ถ้านางใจร้อน โคมจะกินนางก่อนศัตรู"

"หนูจำค่ะ"

วันที่สี่ฉันสู้หุ่นฟางสิบรอบ แพ้เก้า ชนะหนึ่ง ชนะนั้นเพราะฉันยอมให้ไหล่ฉีกแล้วชิดเข้าไปชก ไม่ใช่เพราะท่าสวย

"จำไว้" อาวุโสพูด "ฝ่ามือสายฟ้าระยะประชิดแรง ระยะไกลเปลือง เด็กมักอยากปาไกล แล้วตาย"

"ข้าอยู่ใกล้"

"ใกล้แล้วต้องไม่หลับตา"

เจ็ดวันในนี้เขาบังคับให้ฉันโคจรปราณเข้าสิบสองเส้นชีพจร สายฟ้าวิ่งในแขนจนฉันอยากอาเจียน วันที่สามฉันล้ม วันที่สี่ฉันลุก วันที่ห้าฉันปล่อยลูกปราณสายฟ้าไปโดนหุ่นฟางแล้วมือชา

จินยีตื่นวันที่สอง นางนั่งกอดโคม มองฉันฝึกจนตาแดง

"หนูฝึกด้วยค่ะ" นางพูด "หนูไม่อยากเป็นภาระ"

ชายชรามองดวงตาสีม่วงของนางแล้วพยัก "ข้าสอนการเดินปราณรักษา และการใช้โคม เจ้าไม่ใช่นักรบหน้า แต่ถ้าโคมดับ พี่ชายเจ้าก็มืด"

"ได้ค่ะ"

วันที่หกระบบดังในหัวฉันอีกครั้ง

[ระบบ] การโคจรปราณบรรลุเกณฑ์ขั้นสอง
[ระบบ] ขั้นสอง — ผู้ฝึกฝน
[ระบบ] ปลดล็อกท่า: ก้าวสายฟ้า — ย้ายตำแหน่งระยะสั้น สามครั้งต่อรอบปราณ

ฉันลองส่งปราณลงฝ่าเท้า ร่างวูบไปข้างหน้าสิบก้าว เหลือประกายฟ้าบางๆ บนหญ้า

"เร็ว" ชายชราว่า "อย่าหลง" เขาชี้ไปทางเส้นฟ้า "ทูตแห่งมืดไม่ใช่ตนเดียว ศัตรูระดับนั้นมีห้าตน เจ้าขั้นสองยังเป็นเด็ก ภายในสามเดือนบนโลกจริง เจ้าต้องถึงขั้นสาม ไม่งั้นคลื่นลูกต่อไปจะกลืนหลงซานที่เหลือ"

"ข้าจำได้"

จินยีเดินมาจับมือฉัน "พี่อย่าทิ้งหนูนะคะ"

"ไม่ทิ้ง"

วันที่ห้าอาวุโสเนรมิตหุ่นที่มีปราณดำบางๆ "นี่ไม่ใช่ทูตแห่งมืด เป็นเงาสมุน ถ้าแพ้เงา อย่าฝันว่าจะทวงน้องจากค่าย"

ฉันชนะรอบที่สองเพราะยอมให้แขนชา แล้วชิดเข้าไปกระแทกข้อพับเข่าหุ่น หุ่นพัง ฉันล้มตาม

จินยีวิ่งมา "พี่จินคะ เลือด!"

"ฝึก" ฉันปัด "อย่าใช้โคมกับเลือดฝึก เก็บไว้ของจริง"

นางปากจู๋ แต่พยัก

อาวุโสวางไม้เท้า "เจ้าโกรธเป็น โกรธแล้วยังฟังคำ นั่นสอนได้ โกรธแล้วหูดับ สอนตาย"

"ข้าฟังอยู่"

"ฟังให้ถึงตอนที่น้องร้อง"

วันที่เจ็ดแสงทองบนฟ้าเข้มขึ้น ชายชรายื่นแหวนเงินลายมังกรให้ฉัน

"แหวนวิญญาณหลงซาน สวมแล้วอย่าถอด สกิลเร้นกายเต็มยังไม่เปิด เจ้ายังไม่ถึงขั้นห้า"

ฉันสวมนิ้วกลางมือขวา แหวนร้อนแป๊บแล้วพอดีนิ้ว

[ระบบ] สวมแหวนวิญญาณหลงซาน
[ระบบ] สายฟ้าในร่างถูกยึดให้เดินนิ่งขึ้น ห้ามใช้เป็นโล่กันเซียน

"ระวัง" เขาพูดก่อนแสงกลืนทุ่ง "สมุนของมันกำลังกวาดแดนเหนือ"

แสงทองกลืนหญ้า กลืนแม่น้ำที่ไหลขึ้นฟ้า กลืนใบหน้าที่ฉันยังจำไม่ครบของอาวุโส เหลือแค่ความร้อนของแหวนกับเสียงในกระดูกที่บอกว่าอย่าหลับตอนกลับร่าง

ร่างเนื้อในถ้ำรับดวงจิตกระแทก ปอดฉันเผา แผลอกซ้ายที่หายในมิติกลับมาเป็นรอยจาง ไม่ไหล แต่เจ็บเมื่อหายใจลึก

จินยีกระตุกเหมือนคนตกน้ำ โคมในมือติดแสงเองครู่หนึ่งแล้วดับตามจังหวะลมหายใจนาง

ข้างนอกถ้ำมีกลิ่นดินเปียกและเหล็ก ใกล้เกินที่จะเป็นป่าเปล่า

ฉันนับใจสามครั้งก่อนลืมตาเต็ม

มิติสลาย

ฉันลืมตาในถ้ำหิน กลิ่นชื้น น้ำหยด จินยีนอนข้างๆ กุมโคมไว้แน่น นางลืมตาพร้อมฉัน

ตอนกลับร่าง ฉันนับนิ้วมือขวา แหวนยังอยู่ นิ้วไม่ขาด นั่นพอ

จินยีถามเสียงแหบ "นี่ถ้ำจริงไหมคะ หรือยังอยู่ในบทฝึก"

"ถ้ำจริง" ฉันดมกลิ่นค้างคาว "บทฝึกไม่มีกลิ่นนี้"

ฝีเท้าปากถ้ำชัดขึ้น เป็นรองเท้าหุ้มเหล็ก ไม่ใช่เท้าเปล่าชาวบ้าน

ฉันเลื่อนน้องเข้าเงาหิน ตัวฉันบังแสงจากรอยแยก

ก้าวสายฟ้ายังไม่ใช้ เก็บไว้ตัดคอคนแรกที่ก้มเข้ามา

ยังไม่ทันพูด เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังจากปากถ้ำ

"พบตัวแล้ว! ผู้สืบทอดหลงซานอยู่ในนี้!"

ฉันดึงจินยีไว้หลังฉัน ก้าวสายฟ้ายังไม่กล้าใช้มืดๆ แบบนี้

"พี่จิน" นางกระซิบ "หนูกลัวค่ะ"

"อยู่หลังฉัน" ฉันตอบ "ห้ามจุดโคมจนกว่าฉันจะสั่ง"

เงาแปดสายตัดแสงปากถ้ำ

ฉันกำมือ ปราณขั้นสองเดินในแขน

หินปากถ้ำสั่นตามเสียงหัวเราะข้างนอก ฝุ่นโปรยลงผมจินยี ฉันปัดให้โดยไม่หันหลัง

วันนี้ไม่มีอาวุโสมาขวางดาบให้

มีแค่ฉัน กับน้อง และถ้ำที่ทางออกถูกยึดแล้ว — วันนี้ไม่มีใครมาขวางดาบให้?

มิติจิตวิญญาณไม่มีแมลง ไม่มีเหงื่อจริง ทุกอย่างสะอาดจนน่าเกลียด ฉันคิดถึงกลิ่นคอกม้าที่บ้าน แล้วโกรธตัวเองที่คิดถึงสิ่งเล็ก

อาวุโสเดินบนหญ้าทองโดยไม่เหยียบล้มแม้ใบเดียว "เจ้าจะคิดถึงกลิ่นคอกต่อไปอีกนาน ความคิดถึงไม่ผิด ผิดเมื่อมันทำให้เท้าช้า"

ฉันเดินตามให้เท้าช้าลงโดยตั้งใจ แล้วเร่งเมื่อเขาเหลียว

จินยีเก็บดอกหญ้าทองไปดอกหนึ่ง มันสลายตอนนางกำ เหลือแค่ความอบอุ่นในฝ่ามือ "หนูแค่อยากได้ของกลับไปค่ะ"

ของกลับไปมีแค่โคม แหวน และแผล

เงาแปดสายตัดแสงปากถ้ำ ฉันกำมือ ปราณขั้นสองเดินในแขน

จินยีกดหน้าผากที่หลังฉัน โคมเย็น

คนที่ตะโกนปากถ้ำหัวเราะเมื่อได้กลิ่นเลือด

ฉันนับก้าวสายฟ้าในหัว ยังเหลือสาม ถ้าใช้ตอนนี้พลาด จินยีไม่มีคนบัง

เลยยังไม่ใช้

หญ้าทองไม่มีน้ำค้าง ฝ่ามือฉันแห้ง ผิดกับถ้ำที่จะเปียก ฉันใช้ความต่างนี้ยึดสติตอนสลับร่าง

อาวุโสวางไม้เท้าลง รอยไม้เท้าบนหญ้าหายในพริบตา แปลว่าที่นี่ไม่ทิ้งหลักฐานให้ศัตรูตาม

จินยีกลั้นไอไว้จนไหล่สั่น ฉันเคาะหลังนางสามที เบา พอนางหายใจได้เป็นจังหวะ

วันนี้ไม่มีอาวุโสมาขวางดาบให้ — มีแค่ฉัน กับน้อง และถ้ำที่ทางออกถูกยึดแล้ว?

ลมในถ้ำพัดสวนทิศปากทาง แปลว่ามีรูลึกข้างใน ฉันยังไม่พาน้องไปรูนั้น จนกว่าคนนอกจะถูกขวางก่อน

เงาแปดสายตัดแสงปากถ้ำ

วันนี้ไม่มีใครมาขวางดาบให้?