เลือดอุ่นไหลตามร่องหินอ่อนสีดำ ฉันกดแผลที่อกซ้ายไว้ด้วยมือทั้งสอง แต่เลือดยังดันนิ้วออกมาไม่หยุด
หมู่บ้านหลงซานเคยมีเสียงคนทั้งวัน ตอนนี้เหลือแค่ลมกับกลิ่นคาว
"ทำไม..." เสียงฉันขาด
เช้านี้พ่อยังจับชีพจรฉันแล้วยิ้ม "ลูกชาย เจ้าเป็นความหวังของสกุลหลงซาน"
เย็นนี้คนชุดดำลอยลงจากสันเขา แล้วบ้านหลังนั้นก็ไม่มีแล้ว
---
บ้านหลงซานหลังคามุงหญ้า รั้วไม้ผุ ฉันเดินจากบ่อน้ำยกขันมาตั้งที่โต๊ะ น้ำเย็นจนข้อมือชา
จินยีปอกผักไม่เป็น เปลือกหนา ฉันชิงมีดมา "บางกว่านี้ น้องจะเคี้ยวไม่ลง"
"หนูตั้งใจคะ"
"ตั้งใจไม่เท่ามือนิ่ง"
พ่อหัวเราะจากธรณีประตู "สองคนนี้เช้ายังไม่ทันสายก็เถียง"
ฉันยักไหล่ "เถียงดีกว่าเงียบ"
ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ว่าเย็นนี้ความเงียบจะยาวกว่าคำพูดทั้งชีวิต
เช้าวันนั้นหมอกยังเกาะยอดไม้ จินยีน้องสาวบุญธรรมวัยสิบหกวิ่งเข้ามาในครัว มือข้างหนึ่งกุมโคมเล็กที่เปล่งแสงม่วงอ่อน
"พี่จิน! วันนี้พี่รู้สึกยังไงบ้างคะ"
"นอนไม่หลับ" ฉันตอบตรงๆ "มีอะไรไหลในเส้นปราณทั้งคืน"
พ่อเดินออกมาจากห้องใน วางมือบนข้อมือฉันครู่หนึ่ง แล้วยกหัวขึ้นช้าๆ
"ระบบในสายเลือดตื่นแล้ว" พ่อพูด "คืนนี้ข้าจะสอนท่าฝ่ามือสายฟ้าขั้นแรกให้"
จินยีกอดโคมแน่น "หนูไปดูด้วยได้ไหมคะ"
"ได้" พ่อหัวเราะสั้น "แต่ห้ามยืนใกล้สายฟ้า"
ฉันอยากเชื่อว่าวันนี้เป็นวันที่ดี ลูกชายคนรองอย่างฉันไม่เคยมีสิทธิ์สืบทอด พี่ชายหายไปตั้งแต่เด็ก พ่อไม่พูดถึง หมู่บ้านเหลือไม่กี่ครัว เพราะคนทยอยย้ายหลังอาวุโสหายตัวเมื่อสิบปีก่อน
ก่อนบ่าย ฉันเดินขึ้นเนินหลังบ้าน มองหลังคาสีเทาของหลงซานทั้งแผง ควันครัวลอยเป็นเส้นตรง ไม่มีลาง
สุนัขบ้านลุงท้ายซอยเห่าสามครั้งแล้วหยุด ฉันไม่ใส่ใจ
ลมเปลี่ยนทิศ กลิ่นโอโซนก่อนฝน แต่ฟ้ายังไร้เมฆ แหวนที่ยังไม่มีในนิ้วตอนนั้นไม่มีอะไรเตือน มีแค่ขนแขนลุก
จินยีเรียกจากเชิงบันไดให้ลงไปช่วยตักน้ำ ฉันลง
ถ้าฉันไม่ลง อาจได้ยินเสียงผ้าคลุมตัดลมก่อนคนชุดดำถึงลาน
แต่ฉันลง
บ่ายวันนั้นทูตแห่งมืดมา
ฉันไม่เคยเห็นตัวจริง รู้จักแค่ชื่อจากเรื่องเล่าของพ่อ — สำนักชั่วที่ล่าปราณหลงซานมานาน
คนชุดดำสิบกว่านายลงมากับเงา คนนำหน้าพูดเสียงเย็น "มอบระบบมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตคนในหมู่บ้านสักครึ่ง"
ชาวบ้านถูกล้อม ผู้ชายถือมีดออกไปถูกพลังดำปัดกระเด็นเหมือนฟาง
พ่อขวางหน้าประตูบ้าน "ระบบของสกุลหลงซานไม่มีวันตกไปอยู่ในมือสำนักชั่ว"
ทูตแห่งมืดยกมือ แสงดำพุ่ง
เลือดสาด พ่อล้ม
"พ่อ!" ฉันพุ่ง
แม่ดึงแขนฉันไว้ "อย่าไป ลูก"
แต่จินยีกูกลูกน้องจับไปแล้ว น้องกรีดร้อง โคมในมือสั่นจนแสงม่วงกระตุก
"ปล่อยน้องข้า!"
ทูตแห่งมืดเดินเข้ามาใกล้ฉัน ใบหน้าไร้ความรู้สึก "มอบระบบ แล้วข้าจะปล่อยเด็กคนนี้"
ฉันไม่รู้จะมอบยังไง พลังเพิ่งตื่นไม่ถึงหนึ่งวัน
เขาไม่รอ คำพูดแค่เหยื่อ แสงดำพุ่งใส่จินยี
"หยุด!"
ฉันกระโดดขวาง
แสงดำเจาะอกซ้าย ร้อนแล้วเย็น เข่าพับ
พื้นหินรับร่างฉัน เลือดไหลใต้เสื้อ
จินยีร้องชื่อฉัน ฉันได้ยินแต่ไม่เห็นหน้าชัด
แล้วตัวอักษรสีฟ้าก็ฉีกความมืดในหัว
แสงสีฟ้าวาบที่อก เลือดชะงักครู่หนึ่ง ฉันยังลุกไม่ได้
ทูตแห่งมืดก้มมอง "สายเลือดจริงสินะ น่าเสียดายที่สายเลือดไม่ช่วยให้เจ้ามีสมอง"
"อย่าแตะน้องข้า" ฉันไอเป็นเลือด "ถ้าจะเอา เอาจากข้า"
"ข้าเอาทั้งคู่" เขาตอบ
แม่ร้องจากด้านหลัง ฉันไม่ได้ยินคำ แค่รู้ว่าเสียงขาด
จินยีทุบแขนคนที่จับนาง "พี่จินลุกสิคะ! พี่จิน!"
ฉันคลานไปได้ศอกเดียว แล้วมือก็หมดแรง
ฉันจำกลิ่นข้าวต้มตอนเช้าได้ จำเสียงจินยีถามว่าฝันดีไหม จำฝ่ามือพ่อที่อุ่นกว่าไฟเตา
ตอนนี้ฝ่ามือฉันเย็น เลือดทำให้หินดำเงา
ชาวบ้านที่เหลือถูกไล่ไปทางคอกม้า เสียงเด็กขาด แล้วขาดอีก ฉันอยากลุกไปขวาง แต่เข่าไม่รับน้ำหนัก
"ระบบของเจ้ายังไม่เต็ม" ทูตแห่งมืดพูดเหมือนคุยกับของในตลาด "ข้าเคยเจออาวุโสหลงซาน เขาตายแบบคน เจ้าจะตายแบบเด็ก"
"ข้ายังไม่ตาย" ฉันตอบ
เขาหัวเราะครั้งเดียว "พูดเก่ง"
ลูกน้องคนหนึ่งกระชับคอจินยี น้องยังกุมโคม "พี่จินคะ หนูไม่ปล่อยโคมนะคะ"
"ดี" ฉันบอก "อย่าปล่อย"
แม่คลานมาใกล้ ผมเธอเปียกเลือดคนอื่น "จิน หนีสิ ลูก"
"หนียังไง" ฉันถาม "น้องถูกจับ พ่อไม่ขยับ"
แม่ไม่มีคำตอบ เธอกัดปากจนเลือด
ทูตแห่งมืดยกมือจะสั่งฆ่าซ้ำ แสงฟ้าในอกฉันกระตุก เขาชะงัก มองแผล
"ตื่นเร็วนัก" เขาพึมพำ "ดี ข้าชอบของที่ยังไม่สุก"
เขาเดินจากไปสองก้าว แล้วหัน "ถ้าเจ้าฟื้น มาเอาเด็กโคมที่ค่ายเหนือ ข้าจะรอจนถึงรุ่งสาง รุ่งสางแล้วข้าหักคอเด็กต่อหน้าเจ้า"
จินยีสั่น แต่ไม่ร้องเพิ่ม "พี่จินต้องมาค่ะ"
"มา" ฉันสัญญา ทั้งที่ปราณในร่างเหมือนน้ำรั่ว
ในเลือดที่ไหล มีเสียงทองแผ่ว ไม่ใช่คนบนฟ้า ไม่ใช่เทพลงมาช่วย ไม่มีใครปัดดาบให้ฉัน
แค่เสียงในกระดูก
"อย่าตาย"
ฉันอยากตอบว่าตายแล้วก็ช่าง แต่ปากไม่เปิด
ทูตแห่งมืดหันไปทางจินยี "เก็บเด็กโคมไว้ ผู้สืบทอดถ้าไม่ตาย คืนนี้ข้ารอที่ซากบ้าน"
ฝีเท้าถอย เงาชุดดำลายไปกับหมอก
ฉันนอนบนหินอ่อนสีดำ มองหลังคากระจกที่แตก
จินยีถูกพาไป พ่อไม่ขยับ แม่ไม่รู้ว่ายังอยู่ไหม
ฉันยังได้ยินเสียงจินยีจากไกลลงไปตามทางคอก "พี่จินคะ หนูอยู่ตรงนี้ค่ะ"
ฉันอยากตอบดังๆ ให้คนจับนางรู้ว่าข้ายังฟังอยู่ แต่เลือดในปากทำให้คำกลายเป็นไอ
ทูตแห่งมืดสั่งลูกน้องสองคนให้ตรวจชีพจรพ่อ เขาไม่ได้ก้มเอง คนชุดดำสะบัดหัว แปลว่าไม่มี
แม่ทำเสียงที่ไม่มีคำ ฉันจำเสียงนั้นได้ แล้วพยายามลืมตั้งแต่ตอนนั้น
ระบบกะพริบซ้ำ ซ้ำ จนฉันรำคาญกว่าแผล
ฉันยึดหินไว้ "ยังไม่ให้หลุด"
ระบบกะพริบอีกครั้ง
ฉันกำพื้นหินจนเล็บหัก
ถ้ามีเทพจริง วันนี้เทพไม่มา
มีแค่เลือด กับเสียงทองที่ยังไม่ยอมให้ฉันหลับ
"เจ้าหนูหลงซาน" เสียงนั้นแผ่วลง "ข้าไม่ลงมือแทนเจ้า ข้าแค่ไม่ให้เจ้าตายตรงนี้"
ฉันอยากด่า อยากถามว่าพ่อล่ะ
ปากขยับได้คำเดียว
"จินยี..."
ความมืดกลืนตา
ท้ายสุดก่อนดับ ฉันได้ยินทูตแห่งมืดพูดจากไกล เหมือนพูดกับศพ
ฉันอยากตอบว่าจะกลับ แต่ความมืดมาถึงก่อนคำ
มือที่กำหินคลาย เล็บหักติดร่องหินอ่อนสีดำ
ระบบดับเป็นจังหวะหัวใจ ฉันเกาะจังหวะนั้นไปด้วย จนกว่าจะไม่มีอะไรให้เกาะ
"กลับมา? ข้ารอ"
หมู่บ้านหลงซานเคยมีงานบุญเดือนสิบ ผู้คนจากเชิงเขาขึ้นมาวางขนม เด็กวิ่งไล่กันรอบเสาธง ฉันเคยยืนขายน้ำตาลปี๊บให้ลุงข้างบ้านเพราะพ่อไม่อยากให้ลูกชายคนรองว่าง
คืนนี้เสาธงล้ม ขนมไม่มี น้ำตาลหกปนเลือด
ฉันคิดถึงเรื่องโง่ๆ เหล่านี้เพราะแผลทำให้ความคิดกระโดด ไม่เรียง
ระบบไม่สนใจความทรงจำ มันนับชีพจร
ฉันนับด้วย หนึ่ง สอง ขาด สาม
ยังมีสี่ เพราะเสียงทองดึงไว้
ถ้าไม่มีเสียงนั้น ฉันคงไม่ต้องมาสัญญาใครเรื่องค่ายเหนือ
ท้ายสุดก่อนดับ เสียงทูตแห่งมืดยังดังจากไกล เหมือนพูดกับศพ
เลือดบนหินเริ่มเหนียว แมลงไม่มาตอม เพราะกลิ่นปราณดำไล่สิ่งเล็กไปหมด เหลือแต่ฉันที่ยังดื้ออยู่กับร่างนี้
เสียงหลังคาบ้านถล่มดังจากไกล ฉันนับจังหวะถล่มแทนการนับลมหายใจ คนที่เคยอยู่ใต้หลังคานั้นไม่มีแล้ว
นิ้วโป้งซ้ายชา นิ้วชี้ยังขยับได้ ฉันขยับมันซ้ำๆ เพื่อบอกระบบว่าดวงจิตยังไม่ไป
"กลับมา? ข้ารอ"
"กลับมา? ข้ารอ"