📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 60 จาก 135

ตอนที่ 60: หญ้าหยาดนภา

ชานหลังโรงไม่ใช่สวน มันคือขั้นหินแคบที่หมอกนอนทับใบ

[ระบบ] ก่อนวงคลื่นจะครบ — ตัดได้หนึ่งต้น — ห้ามปราณหนัก — ห้ามจุดโคม — ห้ามเปิดห่อ

ผู้อาวุโสมายืนที่เชิงขั้นตั้งแต่หมอกยังเทา เขาไม่ขึ้นไปกับเรา "ข้าพาถึงเชิง เหนือนั้นเป็นของคนที่ตัดเป็น ตัดพลาด กลิ่นจะลงมาถึงตรอก ตรอกนี้ไม่มีหน้าที่รับกลิ่นนั้น"

"ใครขึ้น" ฉันถาม

"คนอุ้มไม่ต้องขึ้นถึงใบ" เขาตอบ "เจ้าอยู่ขั้นกลาง ห่ออยู่กับเจ้า หญิงลมขึ้นถึงใบ หญิงหมอกอยู่ข้างใบแต่ไม่ใช้มือจับต้น คนดาบอยู่ขั้นล่างกันทางลง คนอ่านคลื่นอยู่กับข้าตรงนี้ เด็กโคมไม่ขึ้น"

จินยีพยักก่อนลิลี่จะแปล "หนูอยู่โรงค่ะ โคมดับ ถ้าลมหายใจในผ้าแผ่วระหว่างตัด หนูจะบอกพี่ ไม่จุด"

"บอกได้" ฉันว่า "จุดไม่ได้"

ลิลี่อยู่ขั้นล่างสุดของชาน ฝักไม่พ้น "ทางลงมีแค่ขั้นนี้ ใครตามจากตรอกต้องผ่านข้า"

มินอยู่กับผู้อาวุโสที่เชิง ไม่ปิดตา "ส่วนโค้งห่างจากชานอยู่ สามร้อยก้าวในหน่วยที่ข้ากะ ไม่ใช่หน่วยแผนที่ มันยังไม่จำใบ จำเมื่อไหร่ข้าจะกระซิบครั้งเดียว ครั้งนั้นให้หยุดมือ"

อันขึ้นถึงใบโดยไม่เหยียบขอบราก ต้นเล็กกว่าฝ่ามือ นาง ใบสีเงินไม่สะท้อนเป็นประกาย มันด้าน เพราะหยาดน้ำค้างวิญญาณเกาะเป็นเม็ด ไม่ไหล เม็ดนั้นคือของที่ห้ามแตก

"หญ้าหยาดนภา" นางพูดครั้งแรกที่ได้เห็นของจริง ไม่ใช่ที่ได้ยินชื่อ "ต้นเดียว โคนบาง ถ้าข้าใช้วายุเท่าที่ใช้กลบกลิ่นตรอก ใบจะฉีกทั้งต้น ข้าจะรีดลมให้บางกว่าเส้นผม ตัดที่โคน ครั้งเดียว"

โขมอยู่ข้างต้น มือไม่แตะใบ "ข้าเตรียมฟองหมอกไว้ใต้ใบ หยาดตกเมื่อไหร่ ฟองรับ ไม่ให้ถึงดิน ดินชานนี้ส่งกลิ่นเร็วเพราะหินใต้รากอุ่น"

ฉันอยู่ขั้นกลางตามที่ถูกสั่ง ห่อชิดอก ชายผ้าไม่ปัดใบหญ้าแห้งที่ขึ้นแซม แหวนชี้ต้นนั้น ชี้แล้วร้อนจาง ไม่ได้สั่งให้ฉันปล่อยฟ้า

"ตัดได้" ฉันบอกอัน "เมื่อโขมพร้อม และเมื่อมินยังไม่กระซิบ"

"พร้อม" โขมว่า

มินไม่กระซิบ

อันยกสองนิ้ว ไม่ได้วาดวงลมให้เห็น ลมที่ออกจากนิ้วไม่มีเสียง ไม่มีฝุ่นกระเด็น มันเป็นรอยบางที่โคนต้น ต้นเอียงเข้าฟองหมอกทั้งกิ่ง ไม่ใช่ใบร่วงทีละใบ

หยาดหนึ่งเม็ดหลุด

โขมรับด้วยฟองที่นางตั้งไว้ ฟองไม่แตก เม็ดอยู่ในหมอกเหมือนอยู่ในแก้วที่ไม่มีแก้ว กลิ่นที่ควรฟุ้งไม่ฟุ้ง อันได้กลิ่นแค่แป๊บเดียวที่นิ้วตัวเอง แล้วตัดเส้นนั้นทิ้งก่อนมันจะลงขั้น

"ได้โคน" นางว่า "ยังไม่ใส่กล่อง ใส่ตอนฟองนิ่ง"

ผู้อาวุโสโยนกล่องหยกขึ้นมาเป็นเส้นตรง ไม่ได้ปาแรง ลิลี่รับที่ขั้นล่างแล้วส่งต่อถึงมืออัน โดยไม่เปิดฝา

"ฝาเปิดเท่าที่ใส่ต้น" เขาบอกจากข้างล่าง "เปิดค้างคือเชิญกลิ่น"

หยาดเม็ดที่สองสั่นที่ปลายใบ ตอนต้นเอียงเข้าฟอง

"อย่าเป่าซ้ำ" โขมกระซิบ "เป่าซ้ำเม็ดนี้แตกบนหิน ข้ารับเม็ดแรกแล้ว เม็ดนี้ต้องติดใบเข้ากล่อง"

อันหยุดนิ้ว ทั้งที่ลมยังอยากปิดงานให้สะอาด "หยุดได้ โคนขาดแล้ว เม็ดที่สองไม่ใช่หน้าที่มีด"

ฉันที่ขั้นกลางเห็นเม็ดนั้นวูบแสงจาง แล้วดับเองเพราะไม่มีปราณไปแตะ แหวนร้อนขึ้นนิดหนึ่ง ฉันไม่ส่งฟ้าขึ้นไปช่วย ช่วยคือการทำให้หยาดระเหย

ลิลี่ที่ขั้นล่างไม่ได้ขึ้นมาดูใกล้ "ข้าเห็นแสงจางจากตรงนี้ เห็นแล้วไม่เรียกคนตรอก เรียกคือการทำแสงให้มีผู้ชม"

มินที่เชิงขั้นยกนิ้วเดียว ไม่ใช่สัญญาณหยุดทั้งงาน "วงไม่ขยับเพราะแสงจางนั้น ขยับเมื่อมีเสียง ใส่กล่องให้ฝาดังน้อยที่สุด"

อันเปิดเสี้ยวหนึ่ง โขมส่งฟองเข้าปากกล่อง ฟองยุบเมื่อพ้นขอบหยก ต้นกับหยาดอยู่ข้างใน ไม่มีหยดตกบนหิน อันปิดฝา ฝาดังคลิกเบา ๆ ไม่ดังเท่ากระดิ่ง

ห่อในอกฉันที่เกร็งมาตั้งแต่เริ่มขั้น ลมหายใจยาวออกหนึ่งจังหวะ ยาวแบบเมื่อวานตอนจินยีจุดใต้ผ้า ไม่ได้ยาวเพราะแสง ยาวเพราะกลิ่นที่ควรระเหยไม่ได้ระเหย

ฉันไม่เปิดผ้าเพื่อดูความยาวนี้

[ระบบ] เก็บหญ้าหยาดนภาครั้งแรกแล้ว — กลิ่นไม่เดิน — วงคลื่นยังไม่ครบ

มินยกมือ ยังไม่ใช่กระซิบหยุด "วงขยับเข้าอีกนิดตอนฝาคลิก ขยับแล้วหยุด ไม่ได้จำใบ มันจำเสียงฝา จำเสียงไม่พอให้มันพบชาน"

"พอสำหรับวันนี้" ผู้อาวุโสว่า "ลงมา อย่าตัดต้นที่สอง ไม่มีต้นที่สองบนชานนี้"

อันลงโดยหันกล่องเข้าหากาย ไม่หันฝาออกนอกชาน โขมตาม นางเช็ดนิ้วที่ไม่ได้น้ำเลี้ยง "ฟองไม่แตก ข้าไม่ขอคำชม ขอแค่ไม่มีใครเปิดฝาในตรอก"

"ไม่เปิด" ฉันรับกล่องไว้ในมือที่ไม่ได้กอดห่อ มือนั้นคือมือแหวน แหวนเย็นลงเมื่อฝาปิดสนิท เย็นไม่ใช่การชี้ผิดทาง มันเลิกชี้ใบ แล้วกระตุกไปทางหลังม่านหมอกด้านที่ไม่มีขั้น

ลิลี่เห็นไหล่ฉันเปลี่ยน "แหวนไม่ได้อยู่กับหญ้าแล้ว"

"ไม่อยู่" ฉันว่า "อย่าตามกระตุกตอนนี้"

นิ้วอันชาจนต้องสลับมือประคองกล่องลงขั้น "ชาเพราะรีดลมบางเกินหนึ่งลม ไม่ใช่เพราะถูกพิษใบ ข้าเดินเองได้"

โขมเดินประกบข้างที่ไม่ใช่มือกล่อง "ถ้าเจ้าสะดุด ข้าจับศอก ไม่จับฝา"

ฉันเดินนำหนึ่งขั้น ไม่ได้เร่ง "ช้าได้ ฝาอย่าชนหิน ห่อของฉันไม่ไปรับแทนกล่อง"

เราลงถึงเชิงขั้น เด็กหญิงไม่ได้อยู่ให้เห็น จินยีอยู่ปากโรงตามสั่ง โคมดับ นางมองหน้าฉันแล้วไม่ถามว่าตัดได้หรือไม่ นางถามอย่างอื่น

"ลมหายใจยาวขึ้นระหว่างที่พี่อยู่บนชานค่ะ หนูไม่ได้จุด มันยาวเอง"

"รู้" ฉันตอบ "อย่าเล่าให้ระเบียง"

ผู้อาวุโสมองกล่อง ไม่อยากรับไปเก็บแทน "กล่องอยู่กับคนตัด หรืออยู่กับคนอุ้ม ก็ได้ อย่าอยู่กับคนที่ยังไม่ถูกบานรับ ข้าไม่รับฝากของที่ตัดจากชานตัวเองในวันที่บานยังปิด"

"อยู่กับอัน" ฉันตัดสิน "นางตัด นางรู้ฝา ข้าอุ้มห่ออยู่แล้ว สองอย่างในมือเดียวคือวันที่ข้าจะพลาด"

อันรับกลับไปโดยไม่เถียง "ข้าผูกกับข้อมือใน ผ้าทับฝา อีกชั้นหนึ่ง เปิดต้องใช้สองมือ สองมือแปลว่าข้าต้องวางมีดลมก่อน"

มินยังมองทางที่แหวนกระตุก "ทางนั้นไม่ใช่ชานต่อ หมอกตรงนั้นหนากว่าหมอกทาง หนาแบบที่มีเส้นอยู่ใต้ดิน ข้าอ่านได้เป็นแนวค่าย ไม่ได้อ่านได้เป็นต้นหญ้า แนวมันยังทำงาน"

โขมยืนยันด้วยเท้า ไม่ใช่ด้วยตา "หินเชิงชานฝั่งนั้นเย็นอีกแบบ เย็นเพราะมีลายฝัง ไม่ใช่เพราะหยดน้ำ ลายไม่ครบวงที่เท้าข้าเหยียบ แต่ครบพอให้รู้ว่าอย่าเดินมั่ว"

ผู้อาวุโสไม่ได้ห้ามเราฟังคำนี้ เขาแค่ไม่พาไป "เขตนั้นคนในหมู่บ้านเรียกว่าแนวลวง เรียกไม่ใช่การเปิดทาง ให้รู้ว่าก้าวต่อไปไม่ใช่ก้าวเก็บหญ้า อีกก้าวคือก้าวที่หมอกตอบคนละคำกับตา"

[ระบบ] เขตแดนลวงตายังทำงาน — คลื่นทมิฬจะกวาดเป็นวงก่อนฟ้าสว่างรอบหน้า — ยังไม่ต้องก้าว

ลิลี่ขวางขั้นที่ลงสู่แนวเย็นนั้นอยู่แล้ว "ไม่ก้าว ข้าอยู่ตรงนี้จนกว่านายข้าจะหันหลัง"

"หัน" ฉันว่า

ก่อนหัน ฉันให้ทุกคนยืนฟังเงื่อนไขที่ยังไม่จบ

"กล่องไม่เปิดในตรอก" ฉันบอก "ห่อไม่เปิดที่แนวลวง ใครอยากรู้ว่าหลังม่านเป็นถ้ำหรือทางตัน รู้พรุ่งนี้ ไม่รู้ด้วยการก้าววันนี้"

อันเคาะฝาเบาพอที่ได้ยินแค่โขม "ฝาอยู่ ข้าไม่เคาะซ้ำ เคาะเมื่อกี้คือเช็กว่าปิดสนิท ไม่ใช่เรียกอะไรในหยก"

โขมตอบด้วยการไม่เคาะกลับ "ลายใต้หินฝั่งนั้นยังทำงาน ทำงานแปลว่ามันฟังเสียงฝีเท้าได้ วันนี้เราให้มันฟังแค่เสียงลงชาน ไม่ให้ฟังเสียงเดินเข้า"

มินยืนยันจากเชิงขั้น "ส่วนโค้งของคลื่นทมิฬยังไม่ถึงลายนี้ ถึงเมื่อไหร่ข้าจะไม่ให้พวกเจ้ายืนฟังเงื่อนไขกันอยู่ตรงนี้ ตอนนี้ยังไม่ถึง แต่ใกล้กว่าเมื่อเช้า"

ลิลี่ไม่ละขั้นที่ลงสู่แนวเย็น "ข้าอยู่จนนายข้าหันหลัง จริงตามที่บอก หันแล้วข้าตาม ไม่นำ"

จินยีที่ปากโรงได้ยินแค่ท้ายประโยคเพราะระยะ "หนูไม่ขึ้นมาค่ะ โคมยังดับ ลมหายใจในผ้ายังยาว"

"ดี" ฉันตอบนางโดยไม่หันไปทางม่าน "ยาวก็ยังไม่เปิด"

ฉันหันหลังให้ม่านที่แหวนกระตุก กล่องอยู่ที่ข้อมืออัน ห่ออยู่ที่อก แสงไม่โผล่จากรอยเย็บ

กระดิ่งตรอกไม่ดัง

แต่ฝากล่องหยกคลิกอีกครั้งเอง ทั้งที่ไม่มีใครเปิด

คลิกนั้นเล็กกว่ากระดิ่ง และแหวนกระตุกซ้ำไปที่ม่านน้ำซึ่งยังไม่ยอมให้เราเห็นว่าหลังม่านเป็นถ้ำหรือเป็นทางตัน…