📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 58 จาก 135

ตอนที่ 58: พักในโรงไม้

หยดที่ชายคาห่างออกตอนเที่ยง แต่หินโรงยังเย็น

[ระบบ] เวลาพักนอกแนว — คลื่นทมิฬยังเป็นเส้นที่ลำน้ำ — ยังไม่เป็นวง — ห้ามจุดไฟ ห้ามจุดโคม

ฉันไม่ได้หลับลึก หลับได้เป็นช่วงสั้น ๆ แล้วตื่นเพราะลมหายใจในผ้าเปลี่ยนจังหวะ เปลี่ยนแล้วกลับมาสม่ำเสมอ ฉันไม่เปิดตรวจ แค่นับว่ามันยังไม่ขาด

ลิลี่แบ่งยามกับอันโดยไม่ต้องให้ฉันสั่ง ยามลิลี่คือตาที่ปากโรง ยามอันคือกลิ่นที่ธรณี อันไม่ยอมให้อะไรที่มีกลิ่นอาหารเข้ามาใกล้แหวน "ชาวบ้านเดินผ่านตรอกสองครั้ง มีกลิ่นข้าวไหม้จากเรือนใน ข้าไม่ให้กลิ่นนั้นมาจบที่ห่อ"

ไม่มีใครได้กินน้ำจากไหนสักคน จนเด็กหญิงตัวเล็กเดินมาที่ขั้นโรง

เด็กหญิงอายุไม่ถึงสิบ ผมเปียกหมอก ถือขันดินสองมือ เดินช้าเพราะขันหนักกว่าข้อมือ หญิงที่ระเบียงเมื่อคืนยืนที่ปากตรอก ไม่ได้ห้ามครั้งนี้ แต่ก็ไม่เดินตามมาส่ง

"ผู้อาวุโสให้หนูวางน้ำ" เด็กหญิงพูดเสียงเล็ก "วางที่ขั้น ไม่ใช่ยื่นให้พี่ ห้ามมองผ้า"

จินยีขยับจะรับ ลิลี่กันศอกไว้ "อย่าออกไปรับจากมือ ให้หนูวางเอง"

"วางได้" ฉันบอกเด็กหญิง "วางแล้วยืนพ้นขั้นหนึ่งก้าว อย่าเข้ามา"

เด็กหญิงวางขันที่หินขั้น น้ำกระเพื่อม ไม่หก ตาไปที่ห่อหนึ่งครั้ง แล้วรีบก้ม

"ผ้าอุ่นไหม" เด็กหญิงถาม

"ไม่ตอบคำนั้น" ฉันว่า "น้ำข้าขอ ผ้าไม่ใช่เรื่องของหนู หนูไม่ใช่คนในผ้า และไม่ใช่คนที่บานในจะเปิดให้เพราะเอาน้ำมา"

เด็กหญิงพยักเร็ว "หนูไม่ใช่ค่ะ หนูแค่ขนน้ำ ผู้อาวุโสบอกว่าอย่าตั้งชื่อให้ของที่ปิดอยู่"

"ดี" ลิลี่ว่า "กลับไปหาคนที่ส่งมา อย่าแอบอยู่มุมโรง"

เด็กหญิงถอยสามก้าว แล้ววิ่งสั้น ๆ กลับไปหายหญิงที่ปากตรอก หญิงจับไหล่นางพาเข้าเรือน ไม่ได้โบกมือให้เรา

อันตรวจขันก่อนให้ใครดื่ม "น้ำเปล่า ไม่มีผง ไม่มีกลิ่นหญ้า ดื่มได้ ข้าไม่ให้ดื่มใกล้ห่อ กลิ่นปากจะไปจับผ้า"

มินดื่มทีหลังทุกคน นางไม่ได้ไว้ใจน้ำน้อยกว่าอัน นางไว้ใจการจัดลำดับ "ถ้ามีอะไรในน้ำ คนที่ยืนเฝ้าควรไม่ใช่คนแรกที่ล้ม ข้าดื่มหลัง เพราะข้าต้องอ่านคลื่นต่อได้"

โขมไม่ดื่มทันที นางใช้หยดน้ำนั้นแตะหมอกที่ข้อมือ "น้ำตรอกนี้หนักกว่าน้ำห้วย หนักเพราะอยู่กับหมอกนาน ใช้ดันกำแพงหมอกได้ ใช้ดื่มก็ได้ ข้าขอฝึกก่อนดื่ม"

"ฝึกได้" ฉันว่า "ในลานหน้าโรง ห้ามดันหมอกไปถึงบานใน ห้ามให้หมอกบางจนชาวบ้านเห็นรอยเย็บ"

พวกเราออกไปที่ลานหินแคบระหว่างโรงกับตรอก ผู้อาวุโสยืนที่บานปิด ไม่ว่าอะไร แปลว่าลานนี้ยืมได้

โขมยกสองมือระดับไหล่ หมอกที่นางถือไม่พ่นเป็นควัน มันตั้งเป็นแผ่นบางหน้าฉัน สูงแค่ตา มองทะลุได้ถ้านิ่งมอง เดินชนแล้วจะหลงก้าว

"แผ่นนี้คือกำแพงยืม" นางว่า "ไม่ใช่กำแพงหมู่บ้าน หมู่บ้านไม่ให้ข้ายืมของเขา ข้ายืมของข้าเอง ใครอยู่ในแผ่น คลื่นนอกควรอ่านไม่ขาด แต่จะอ่านเพี้ยน"

มินเดินอ้อมแผ่น ไม่เดินทะลุ "ข้าจะอ่านจากนอก ถ้าอ่านแล้วบอกได้ว่าในแผ่นมีคนกี่คน โดยไม่เดาจากตา แสดงว่าคลื่นยังทะลุ ทะลุแปลว่าพรางไม่พอ"

"เริ่ม" ฉันสั่ง

ฉันยืนในแผ่นกับห่อ ลิลี่อยู่นอกโดยตั้งใจ ให้มินมีตัวเทียบ จินยีอยู่ในแผ่นด้วย เพราะนางตัวเล็กและกลั้นไอเป็น โคมดับชิดท้อง

มินหลับตา "ในแผ่นสองคน หนึ่งอุ้มของที่หายใจ อีกหนึ่งไม่มีปราณดาบ นอกแผ่นมีลิลี่ ข้าอ่านดาบได้แม้ไม่ชัก เพราะดาบวิญญาณไม่ยอมให้หมอกกลบคมที่ยังอยู่ในฝัก"

โขมขมวด "งั้นแผ่นข้ากลบคนได้ กลบคมไม่ได้"

"พอใช้" มินตอบ "คลื่นทมิฬที่ลำน้ำอ่านคมไม่เก่งเท่าข้า มันอ่านก้อนอุ่นกับกลิ่นแกน ถ้าแผ่นกลบก้อนอุ่นได้ คมที่เหลือไม่ใช่สิ่งที่มันตามวันนี้"

อันยืนนอกวงลม "ข้าไม่เป่าแผ่นนางให้ขาด เป่าแล้วฝึกล้ม ข้าแค่ตัดกลิ่นเหงื่อที่ขอบแผ่น ไม่ให้ลอยไประเบียง"

พวกเขาทำซ้ำ สามรอบไม่ใช่สิบ รอบสองมินอ่านผิดหนึ่งคน เพราะจินยีกลั้นหายใจจนนางหลุดจากคลื่น รอบสามนางอ่านถูก โดยบอกเองว่าถูกเพราะห่อไม่กลั้นพร้อมจินยี

"ของในผ้าไม่รู้ว่าเรากำลังซ่อน" มินว่า "มันหายใจตามมัน กำแพงต้องเผื่อจังหวะนั้น ไม่ใช่เผื่อแค่คน"

ฉันไม่สั่งให้ห่อกลั้น ฉันไม่มีทางสั่งสิ่งที่ยังไม่เปิดชื่อ

ลิลี่ขอเข้าแผ่นหนึ่งรอบ แล้วหยุดเอง "ดาบข้าทำให้แผ่นสั่นที่ปลายฝัก สั่นนิดเดียว แต่คนตาดีบนระเบียงจะเห็นหมอกเป็นคลื่น ข้าอยู่นอกดีกว่า กันคน ไม่กันคลื่น"

"ถูก" ฉันว่า "วันนี้ฝึกอ่าน ไม่ฝึกฟัน"

จินยีถามเบา "หนูอยู่ในแผ่นได้ทั้งรอบไหมคะ หายใจหนูไม่รบกวนของในผ้าหรือเปล่า"

"รบกวนน้อยกว่าแสง" ฉันตอบ "อยู่ได้ อย่าไอ อย่าจุด"

นางอยู่ได้ทั้งรอบสาม โดยไม่ไอ

ตอนแผ่นหมอกลง ผู้อาวุโสพูดจากบาน โดยไม่เดินมา

"พอแล้ว หมอกยืมไม่ใช่หมอกทาง ทางของหมู่บ้านไม่ให้ฝึกทะลุบาน พวกเจ้าอ่านกันเองได้ ยังอ่านของนอกไม่ครบ"

มินหันไป "ของนอกที่ท่านว่าคือคลื่นทมิฬ หรือคือกระดิ่งท่าน"

"ทั้งคู่" เขาตอบ "เมื่อครู่กระดิ่งทางเหนือตรอกดังหนึ่งครั้ง โดยไม่มีลม และไม่มีแสงจากผ้าพวกเจ้า ดังเพราะมีอะไรมาแตะรูปกำแพงหมอกของหมู่บ้าน ไม่ใช่กำแพงที่ยืม"

โขมสีหน้าเปลี่ยน "ข้าไม่ได้ดันแผ่นไปถึงบาน ท่านได้ยินเองว่าแผ่นข้าอยู่แค่ลาน"

"ข้าได้ยิน" ผู้อาวุโสว่า "สิ่งที่แตะไม่ใช่แผ่นเจ้า มันเรียนรูปหมอกหมู่บ้านจากระยะไกล ไม่ได้เรียนจากแผ่นในลาน มันเรียนจากแนวที่กวาดลำน้ำแล้วเริ่มโค้ง"

มินยืนนิ่ง "เส้นที่ลำน้ำเมื่อเช้า ตอนนี้ไม่ตรงแล้ว มันกำลังหัดเป็นวง วงยังไม่ครบ ครบเมื่อไหร่ข้าจะบอก แต่ตอนนี้มันเริ่มจำว่าหมอกที่มีรูปไม่ใช่หมอกเปล่า"

[ระบบ] คลื่นทมิฬเปลี่ยนจากเส้นเป็นส่วนโค้ง — ยังไม่ปิดวง — แรงกดขั้นสูงยังอยู่ฝั่งน้ำโน้น

ฉันกอดห่อให้พ้นลมลาน "เราไม่ตอบด้วยฟ้า"

"อย่าตอบ" ผู้อาวุโสว่า "และอย่าขึ้นชานสมุนไพรฝั่งหลังโรง จนกว่ากำแพงยืมของพวกเจ้าจะกลบก้อนอุ่นได้โดยไม่ต้องให้เด็กหญิงมาเห็นผ้า ชานนั้นมีของที่ตัดแล้วส่งกลิ่น กลิ่นกับวงที่กำลังหัด เป็นคู่ที่ข้าไม่ให้เจอกันวันนี้"

อันเหลือบไปทางหลังโรง เห็นขั้นหินขึ้นไปในหมอกหนา ไม่เห็นใบ "หญ้าหรือของอย่างอื่น"

"ยังไม่บอกชื่อ" เขาตอบ "ชื่อหญ้าไม่ใช่คำที่พูดก่อนมีดจะพร้อม วันนี้พัก มีดพรุ่งนี้อาจได้ลับ แต่ยังไม่ได้ตัด"

เด็กหญิงไม่กลับมาที่ขั้นอีก ขันว่างอยู่กับอัน

ก่อนแผ่นหมอกจะจางหมด เด็กหญิงโผล่ที่ปากตรอกอีกครั้ง มือว่าง ไม่มีขันใบที่สอง

หญิงที่ยืนกับนางพูดจากระยะที่ไม่เข้าลาน "พอแล้ว น้ำให้ครั้งเดียว อย่าให้หลานข้ามายืนจ้องผ้าคนแปลก"

"หนูไม่จ้องแล้วค่ะ" เด็กหญิงตอบ แล้วหันมาทางฉันแค่พอส่งเสียง "พี่ไม่ตอบว่าผ้าอุ่น หนูไม่ถามซ้ำ ของปิดไม่ใช่ของเล่น"

"ถูก" ฉันตอบ "กลับไป น้ำใช้ได้ ขอบใจอยู่ที่ขั้น ไม่ได้อยู่ที่ผ้า"

เด็กหญิงวิ่งกลับจริง ไม่แอบมุมโรง

ลิลี่ผ่อนศอกที่กันจินยีไว้ "เด็กคนนั้นไม่ใช่คนในห่อ ข้าดูมือว่างทั้งสองรอบ ว่างไม่ใช่การพิสูจน์ทั้งหมู่บ้าน แต่พอให้วันนี้ไม่ชักดาบใส่ขันน้ำ"

อันเก็บขันว่างเข้าโรง ไม่ทิ้งที่ขั้น "ทิ้งไว้ เขาจะว่าเราไม่รับน้ำ หรือว่าเราวางของกลับ ข้าล้างที่ธรณีแล้วคว่ำ"

โขมดูแผ่นที่บางลง "รอบสามใช้ได้เพราะห่อไม่กลั้น อย่าสั่งให้ของในผ้าเงียบ มันไม่รู้คำสั่ง กำแพงต้องเผื่อคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองถูกซ่อน"

มินเห็นด้วย "เผื่อไว้ในหัวแล้ว ยังไม่ได้เผื่อในเวลา วงข้างนอกเรียนเร็วกว่าแผ่นเรา ยังไม่พอให้หนี แต่พอให้เลิกคิดว่าพักคือปลอดภัย"

ฉันพาคนกลับเข้าโรงตอนหมอกยืมสลายหมด ห่อยังปิด ลมหายใจไม่ขาด

มินนั่งแล้วไม่หลับ "วงนั้นเรียนรูปหมอกอยู่ เรียนเก่งขึ้นอีกนิด กระดิ่งจะดังโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด"

โขมเช็ดมือที่เปียก "แผ่นข้ากลบคนได้สอง กลบคมดาบไม่ได้ กลบจังหวะหายใจในผ้าก็ไม่ได้ทั้งก้อน"

ลิลี่ปิดปากโรงด้วยตัว ไม่ใช่ด้วยกลอน "กลอนโรงนี้ผุ ข้านั่งดีกว่า"

จินยีวางโคมคว่ำปากกับพื้นหิน ให้แม้แต่แสงที่ไม่มีอยู่ก็ไม่เงย

แหวนที่นิ้วฉันไม่ชี้บานในแล้ว

มันชี้หลังโรง ชี้ขั้นหินที่ผู้อาวุโสยังห้ามขึ้น

และจากทางเหนือตรอก กระดิ่งดังอีกครั้ง ทั้งที่ลานไม่มีลม…