📖 เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน
เกิดใหม่เป็นเทพ ระบบพลังมาเยือน · บทที่ 54 จาก 135

ตอนที่ 54: ผู้พิทักษ์แหวน

ร่องเดินอ้อมบานใหญ่พาเราเข้าห้องที่ไม่มีคนเฝ้า

มีแท่นศิลา และมีแหวนของฉันที่ร้อนจนชา ก่อนจะเย็นลงเองเมื่อเข้าใกล้แท่น โดยที่ฉันยังไม่ได้ทาบ

[ระบบ] แท่นรับหัวแหวนเป็นผู้พิทักษ์ — ไม่ใช่คนในห้องนี้ ห้ามเปิดห่อเพื่อพิสูจน์

"ไม่มีคน" โขมกระซิบก่อนฉันจะถาม หมอกของนางกวาดมุมห้องแล้วกลับมาบาง "ไม่มีลมหายใจที่สองนอกจากเราหก และของในผ้าที่ข้าไม่ได้อุ้ม"

มินยืนระยะหนึ่งแขนจากแท่น ตาสีม่วงกวาดเพดาน "ไม่มีคลื่นคน ไม่มีคลื่นทมิฬในห้องนี้ แรงกดป่าเหนืออยู่เหนือดิน ไกล อย่าสร้างผู้พิทักษ์จากเงาหมอก"

ฉันโล่งที่ไม่ต้องสู้ และไม่โล่งที่แท่นรู้จักแหวนโดยเราเพิ่งเข้า รู้จักไม่เท่ากับเชิญให้เปิดผ้า ฉันกอดห่อไว้ ชายผ้ามิด ลมหายใจในผ้าขยับหนึ่งจังหวะให้เข้ากับชีพจรต่ำของถ้ำ แล้วสงบ

"มันจับจังหวะถ้ำ" ฉันบอกมิน "ไม่จับจังหวะเราเดิน"

"ดี" นางตอบ "อย่าให้สองจังหวะปนกัน ปนแล้วแท่นอาจขอมากกว่าหัวแหวน"

อันตรวจมุมที่โขมกวาดแล้ว "กลิ่นคนไม่มีจริง กลิ่นหินเก่ากับกลิ่นแกนที่ข้อมือเจ้า ข้าตัดเส้นแกนไม่ให้ย้อนร่องเดิน หญ้าหยาดนภายังไม่ใช้"

ลิลี่ปิดทางร่องที่เราเข้ามา กระบี่ไม่ออกจากฝัก "ทางนี้แคบ ถ้ามีคนตามมาจากบานใหญ่ ข้าเห็นก่อนได้ยิน ตอนนี้ยังไม่มีคน"

จินยีดับโคมสนิทแม้ห้องจะมืดกว่าโถง "หนูไม่จุดค่ะ แท่นมีแสงของมันอยู่แล้ว"

แสงนั้นเป็นครามสลัวบนอักขระรอบฐานแท่น ไม่ใช่แสงโคม ไม่พอให้อ่านเป็นชื่อคน ฉันอ่านได้แค่ทิศ แหวนชี้ใจกลางแท่น แล้วเย็นลงอีกองศาเมื่อฉันยืนระยะหนึ่งศอกโดยไม่ทาบ

โขมเงยคิ้ว "เจ้าจะวางแหวนลงไหม"

"ยังไม่วาง" ฉันตอบ "รู้จักไม่เท่ากับมอบ หัวแหวนอยู่ที่นิ้ว แกนอยู่แหวน ห่ออยู่แขน ครบอย่างที่ต้องครบโดยไม่เปิด"

ทันใดนั้นหินด้านทางน้ำตกซึ่งเราไม่ได้เห็นจากห้องนี้ก็ส่งเสียงเลื่อนต่ำ ไม่วูบ ไม่ดังถึงม่านด้านนอกเท่าที่มินฟังแล้วส่ายหน้า

"มันปิดทางน้ำตก" นางพูด "ไม่ปิดร่องที่เราเดินมาทั้งหมด ปิดพอให้หยดจากเพดานม่านไม่เดินถึงห้องนี้ คลื่นทมิฬกวาดผิวดินด้านบนไปแล้ว ไม่แตะแท่น"

[ระบบ] ทางม่านถูกกลไกตัด — คลื่นทมิฬผ่านเหนือดิน ไม่พบห้องนี้

ลิลี่หายใจออกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่โล่งทั้งตัว "ตัดแล้วเราย้อนม่านไม่ได้"

"ย้อนไม่ใช่แผนอยู่แล้ว" ฉันพูด "แผนคือไม่เปิดห่อ และไม่ทิ้งแหวนให้แท่นเก็บแทนนิ้ว"

อักขระรอบแท่นสว่างขึ้นหนึ่งชั้นเมื่อฉันปฏิเสธที่จะวางแหวน ไม่วาบใส่หน้า แสงเดินตามลายเมฆาบนผนัง เผยร่องที่ไม่ได้เขียนเป็นคำสั่งให้สู้ เขียนเป็นทางเดินต่อ ลึกกว่าห้องนี้ ไปทางที่อากาศเย็นและมีกลิ่นเถาวัลย์จาง ๆ ไม่ใช่กลิ่นเลือด

มินอ่านแสงโดยไม่เข้าไปยืนกลาง "นี่ไม่ใช่สมบัติให้คว้า เป็นมรดกที่รอคนถือแหวนเดินต่อ รอไม่เท่ากับตื่นทั้งถ้ำ ห่อเจ้าขยับเพราะจำจังหวะ ไม่ใช่เพราะอยากออก"

ห่อขยับอีกครั้ง สั้น ผ้าไม่คลาย ฉันไม่ก้มดู ฉันใช้หลังมือกดชายผ้าให้มิด ขั้นสามพอกลบไอที่อยากรั่วตอนแสงสว่าง ไม่พอฟาดอักขระให้ดัง

จินยีกระซิบ "ทางที่แสงเปิด ลมไม่เหม็นค่ะ"

อันยืนยัน "ลมออก ไม่ใช่ลมหมุนกับดัก ข้าเดินตามได้ ถ้าเจ้าไม่ปล่อยแกนรั่วระหว่างเปลี่ยนห้อง"

โขมมองร่องเดินใหม่ "หมอกข้าจะบางเองในทางที่ถ้ำดูดไอ ข้านำได้โดยไม่เสแสร้งว่าที่นี่มีคนเฝ้า"

"ไม่มีคนเฝ้า" ฉันย้ำให้ทุกคนจำ "ผู้พิทักษ์คืนนี้คือแหวนที่แท่นรับ ไม่ใช่เงาที่เรายังไม่เห็น อย่าฟันเงา อย่าเปิดผ้า อย่าวางแหวน"

ลิลี่ยิ้มไม่ได้ "ข้าฟันได้ แต่ไม่มีคู่ให้ฟัน ดี"

มินหันหูไปทางเพดานอีกครั้ง "แรงกดฝั่งคฤหาสน์ยังไม่ลงมา ทมิฬยังไม่เลี้ยวเข้าห้อง เวลาที่มีคือทางที่แสงเปิด ไม่ใช่เวลาให้ทดลองแท่น"

ฉันบิดแหวนให้หัวชี้ร่องเดินใหม่ มันเย็นพอจะถือได้โดยไม่ชาทั้งข้อ แกนสงบลงหนึ่งระดับ ยังอยู่ในแหวน ไม่ได้ออกมาบนฝ่ามือ

ห่อหายใจแผ่วให้เข้าจังหวะถ้ำอีกครั้ง แล้วไม่สั่น

"ไป" ฉันพูด "ตามแสง ไม่ตามความอยากวางแหวน"

โขมก้าวเข้าร่องที่อักขระเปิด

ก่อนออกจากห้องแท่น ฉันเดินอ้อมฐานหนึ่งรอบโดยไม่วางแหวนลงช่อง ช่องนั้นเว้าพอดีหัวแหวน ฉันเห็นแล้วไม่ใช้

โขมเดินคนละทางอ้อม หมอกกวาดหลังแท่น "ไม่มีบันไดซ่อน ไม่มีคนนั่งเฝ้า มีแต่หินที่ปิดทางม่านดังเมื่อกี้ ข้าไม่เปิดมันกลับ"

ลิลี่ตรวจร่องที่เราเข้ามาจนมั่นใจว่าไม่มีฝีเท้าตาม "ว่าง ว่างไม่ใช่เชิญให้ชักกระบี่ ข้าเก็บฝักไว้"

อันยืนที่มุมลมออก "ทางที่แสงเปิดมีกลิ่นเถาวัลย์จางจริง ไม่มีกลิ่นเลือด ไม่มีกลิ่นคนนอก ข้าตัดเส้นแกนที่ธรณีห้องนี้ไว้แล้ว เส้นที่เหลืออยู่กับเจ้า"

จินยีไม่เข้าใกล้ฐาน "หนูอยู่ตรงนี้ค่ะ โคมดับ ถ้าแสงแท่นพอ หนูไม่แย่งมัน"

มินอ่านอักขระที่สว่างโดยไม่แตะ "ลายนี้บอกทางเดิน ไม่ได้บอกชื่อศัตรู อย่าเติมชื่อให้มัน เติมแล้วเราจะต้องฟันคนที่ไม่มีตัว"

ฉันจำคำนั้น ห่อขยับให้เข้าจังหวะถ้ำครั้งสุดท้ายในห้องนี้ ผ้าไม่คลาย ฉันกดชายผ้าแล้วหันหัวแหวนออกจากช่องวาง ไปหาร่องที่แสงเปิด

"ออก" ฉันพูด "ก่อนแท่นจะขออีกอย่างที่เราไม่ให้"

ห้องแท่นไม่มีหน้าต่าง มีแต่ร่องลมที่อันว่าออกไปทางเถาวัลย์ ฉันเดินดูร่องนั้นโดยไม่ยัดแหวนเข้าไป พอให้รู้ว่าอากาศถ่ายได้ ไม่พอให้คนนอกมองเห็นห่อ

โขมยืนบังร่องลมด้วยตัว ไม่ใช่ด้วยเสาหมอก "ใครยืนกลางร่อง เงาจะออกไปถึงต้นไม้ ข้าไม่ให้เงาออก"

ลิลี่สำรวจความกว้างของห้องเป็นวง ไม่ชักกระบี่ "หกคนอยู่ได้โดยไม่เบียดแท่น เบียดแท่นแล้วช่องวางแหวนจะอยู่ใต้ข้อมือเจ้าพอดี ข้าไม่ให้ใครผลักเจ้าเข้าช่องนั้น"

"ไม่มีใครผลัก" ฉันตอบ "และข้าไม่เดินเข้าเอง"

จินยีนับอักขระที่สว่างด้วยตา ไม่ใช่ด้วยนิ้ว "ลายไม่ครบวงค่ะ ขาดด้านที่แสงเปิดทาง ขาดไม่ใช่พัง เป็นทางเว้นให้เดิน"

มินเห็นด้วย "เว้นไว้ไม่ใช่กับดักให้เหยียบกลาง เหยียบขอบได้ เหยียบกลางอาจเป็นการทาบโดยไม่ตั้งใจ"

อันโรยไม่มีอะไร ยกมือเปล่า "ข้าไม่โรยหญ้าที่แท่น หญ้าหยาดนภาไว้ตัดกลิ่นคน ไม่ไว้บูชาหิน"

ห่อขยับให้เข้าจังหวะถ้ำช้าลงเรื่อย ๆ จนเกือบนิ่ง ฉันยังไม่มองว่านิ่งคือหลับ นิ่งคือยังไม่ถูกเรียก ฉันกดชายผ้าแล้วหันหลังให้ช่องวางแหวนโดยไม่หันหลังให้ทีม

"ออกตามแสง" ฉันสั่งเมื่อมินพยักว่าแรงกดด้านบนไม่ขยับเข้า "ก่อนห้องนี้จะเงียบจนเราเผลอวางของ"

ก่อนก้าวเข้าร่องทางออก ฉันหยุดให้ทีมเรียงใหม่ เพราะห้องแท่นกว้างกว่าทางเดิน

โขมนำ หมอกบางติดพื้นไม่ติดหัว ฉันตามพร้อมห่อ อันอยู่ช่วงข้อมือที่กลิ่นแกนอาจรั่วตอนเปลี่ยนห้อง ลิลี่ประกบจินยีท้าย มินปิดท้ายจริง ๆ เพื่อฟังว่าแท่นจะขอซ้ำหรือไม่

"ไม่ขอซ้ำ" นางบอกเมื่อพ้นธรณี "ช่องวางแหวนดับลงหนึ่งระดับ มันรับว่าเจ้าไม่มอบ รับไม่เท่ากับโกรธ อย่ากลับไปลองใหม่"

"ไม่กลับ" ฉันตอบ

จินยีหันดูห้องครั้งสุดท้ายโดยไม่จุดโคม "แสงทางเดินพอค่ะ ไม่ต้องแย่งแสงแท่น"

อันตัดเส้นกลิ่นที่ธรณีเป็นครั้งสุดท้ายของห้องนั้น "ห้องนี้จำกลิ่นเราเก่าได้ ข้าไม่ให้กลิ่นใหม่เดินย้อน หญ้าหยาดนภายังไม่ถูกใช้"

ลิลี่ปิดฝักให้สนิทกว่าเดิม "ไม่มีคู่ให้ฟันก็ไม่ต้องเปิดฝักฟังเสียงเหล็กตัวเอง"

ห่อหายใจแผ่วให้เข้ากับลมในร่องทางออก ไม่เข้ากับชีพจรแท่นอีกแล้ว ฉันถือว่านั่นคืออนุญาตให้เดิน โดยยังไม่เปิดผ้า

โขมแตะผนังทางออกก่อนก้าว "หินไม่ร้อน ไม่อับ เดินได้โดยไม่เติมหมอก"

ฉันก้าวตามเมื่อนางพ้นธรณี ห่อไม่ครูด แหวนชี้แสง ไม่ชี้กลับแท่น

และแสงครามก็สว่างพ้นหัวเรา ทั้งที่ไม่มีใครจุดโคม…